|
ปัจจุบัน โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น We มีหลักสูตรเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
ทั้งระดับ 1 ระดับ 2 และระดับ 3 โดยเราไม่เน้นการตะลุยโจทย์อย่างเดียว
แต่จะเน้นการมีเทคนิคเพื่อพิชิตการสอบ
และวิเคราะห์ข้อมูลที่ผ่านมาเป็นหลัก
·
ระดับ
1 และระดับ
2 แตกต่างจากคอร์สเตรียมสอบทุกที่
เน้นเทคนิคและคอนเซปท์ในการพิชิตข้อสอบ ได้แก่
o
ไวยากรณ์: นอกจากการสรุปเนื้อหาไวยากรณ์แล้ว
ยังมีการแยกแยะชนิดของเนื้อหาเป็นส่วนๆ
และสรุปข้อแตกต่างของส่วนที่มีความใกล้เคียงกัน
o
คันจิและคำศัพท์: แยกชนิดของคำศัพท์เป็นส่วนๆ เช่น ชนิดของคำ (คำนาม คำคุณศัพท์
คำกริยา) และประเภทของคำ (คำที่เกี่ยวกับนิสัย คำเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
ฯลฯ) คันจิจะมีการแยก รากของอักษรคันจิ และจัดประเภทให้จำง่ายเช่น
คันจิที่อ่านเป็นแบบจีนยาก คันจิที่อ่านเป็นแบบญี่ปุ่นยาก
หรือคันจิที่อ่านแบบพิเศษ เป็นต้น
o
การอ่าน: ปัญหาจากการทำข้อสอบคือเวลา ดังนั้นเทคนิคการ Scanning และ Skimming บทความ ก็สามารถช่วยได้
พร้อมทั้งฝึกฝนทักษะในการทำข้อสอบแบบต่างๆ ทั้งข้อความสั้นและข้อความยาว
o
การฟัง: เป็นปัญหาจากการที่ไม่ได้คุยสนทนากับคนญี่ปุ่นจนเกิดความเคยชิน
ดังนั้นเพื่อการพิชิตข้อสอบจำเป็นต้องใช้การจำเทคนิคเข้าช่วยเช่น
ฝึกการอ่านออกเสียงในภาษาพูดของคนญี่ปุ่นที่มีการตัดตอนคำหรือพูดติดกันจนฟังยาก
รวมทั้งฝึกฝนการแยกแยะเสียงและหน้าที่ของคำในการฟังบทความ
เทคนิคการตัดตัวเลือก เป็นต้น
·
ระดับ
3 สรุปเนื้อหาเพื่อปรับพื้นฐานและเตรียมไวยากรณ์ทุกทักษะ
(ไวยากรณ์ การอ่าน การฟัง คำศัพท์และคันจิ) สำหรับสอบวัดระดับ 3
o
แนะนำการคิดคะแนนของการวัดระดับ
เพราะมีการถ่วงค่าคะแนนไม่เท่ากันในแต่ละหัวข้อ
o
ไวยากรณ์: สรุปไวยากรณ์ที่มีการใช้งานใกล้เคียงและวิเคราะห์ความแตกต่างของการใช้แต่ละสำนวน
เช่น
§
กลุ่มประโยคแสดงความรู้สึกเมื่อได้พบได้เห็น
~よう、~らしい、~そう、~みたい
§
กลุ่มการสมมุติหรือสร้างเงื่อนไข
~たら、~ば、~と、~なら
§
สำนวนที่มักสับสน เช่น
§
สำนวน ~たいと思います กับ ~たい
§
สำนวน ~ます กับ ~ています กับ ~てあります
§
สำนวน ~る時に กับ ~た時に
§
สำนวน ~すぎる กับ ~すぎない กับ ~なさすぎる
o
คันจิและคำศัพท์: ในระดับนี้ คำศัพท์และคันจิอาจจะยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อเทียบกับทักษะอื่นๆ
เราจะฝึกฝนพร้อมกันไปกับไวยากรณ์
และจะฝึกทำข้อสอบที่เคยออกมาแล้วในช่วงปีต่างๆ
เราทั้งให้รู้จักคำบางคำ/กลุ่มคำที่ยากจะเข้าใจเช่น 今度(こんど)หรือกลุ่มคำ
勉強(べんきょう)習う(ならう)学ぶ(まなぶ)เป็นต้น
o
การอ่าน: อาจยังไม่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูงมาช่วยเป็นพิเศษ
แต่ต้องมีการฝึกฝนไวยากรณ์ให้แม่น
และเข้าใจถึงการใช้การถ่ายทอดคำพูดทั้งแบบ Direct และ
Indirect Speech หรือการใช้สำนวนที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมที่คนไทยไม่ใช้พูดแต่คนญี่ปุ่นพูดเช่น
คนญี่ปุ่นชอบใช้คำว่า เลวหรือแย่ แต่คนไทยชอบพูดว่า ไม่ดี
เพราะไม่ชอบใช้คำที่รุนแรง หรือคนญี่ปุ่นชอบบอกว่า ชอบมากกว่ารัก
แต่คนไทยชอบบอกว่ารักมากกว่าชอบ
o
การฟัง: เพิ่มเทคนิคการฟัง เพราะปกติไม่ได้คุยหรือสนทนากับคนญี่ปุ่นมากนัก
ทำให้ฟังไม่ออก หรือฟังไม่รู้เรื่อง คะแนนการฟังเป็นคะแนนที่ผิดแค่ข้อเดียวก็ถูกหักคะแนนไปมาก
ควรเก็บในส่วนนี้ให้ได้มากที่สุด
|