What's New
ด้านหลักสูตร,ด้านการเรียนการสอน,ด้านบริการทางวิชาการ
สอบเพื่อเทียบคอร์สเรียน หรือดูรายละเอียดเนื้อหาของหนังสือที่เคยเรียนมาก่อน
สิทธิพิเศษของนักเรียน
ตรวจสอบวันหยุดของโรงเรียน We
ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น โดย อ.เรย์ กับ อ.ปุ๊
 


 

 

ทีมอาจารย์โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น We

 















 

อาจารย์วิเนส  จันทะวงษ์ศรี

จบการศึกษา :

ระดับปริญญาตรี สาขาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกริก

กำลังศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ญี่ปุ่นศึกษา) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ปัจจุบัน :

ข้าราชการครู ระดับ 6 (อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น) คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัย
ราชภัฏราชภัฏราชนครินทร์

 
 

     " สมัยเรียนปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่ชอบเรียนภาษาญี่ปุ่นเลยเพราะรู้สึกว่ามันยากเกินไป จนอาจารย์ที่สอนท่านก็เรียกมาเตือนเนื่องจากว่าคะแนนไม่ดีเลย จากนั้นเราก็เลยพยายามตั้งใจเรียนดู เพราะคิดว่าคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ พอได้เรียนและเข้าใจภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นกลับทำให้เราชอบภาษาญี่ปุ่นจนสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นผ่านระดับ 2 และทำให้ได้ทุนของมูลนิธิญี่ปุ่นในประเทศไทย (Japan Foundation) ไปศึกษาต่อ ด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นให้คนต่างชาติที่ประเทศญี่ปุ่นครับ จริงๆ แล้วทุนนี้มีผู้สมัครไปทั้งหมด 86 คน และคัดเหลือ 4 คน การที่ได้เป็น 1 ใน 4 คนจึงรู้สึกดีใจมาก เพราะมีแรงบันดาลใจมาจากอาจารย์สมัยที่สอนเรา ที่คอยเขี่ยวเข็ญเราจนทำให้เราได้ดีทุกวันนี้ หลังจากกลับมาก็เลยตั้งใจว่าจะเป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นให้กับหลายๆ คนที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น อยากให้ทุกคนได้เรียนเหมือนเราบ้าง
     ภาษาญี่ปุ่นมีความสำคัญมาก นอกจากจะเพิ่มความสามารถในการพูดภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสที่ดีอีกมากมายกว่าคนอื่น ภาษาญี่ปุ่นไม่ยากเท่าที่คิด ภาษาไทยเรายังยากกว่าเลยครับ ทำไมถึงไม่ยากเพราะภาษาญี่ปุ่นไม่มีสระ ไม่มีคำควบกล้ำ จะทำให้เข้าใจง่ายมาก ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นให้เราฝึกพูดมากๆ ในช่วงแรกๆ อาจจะพูดได้แต่คำง่ายๆ พื้นฐานก่อน เลยอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่สนุกกับการเรียนครั้งแรก แต่ให้เราพยายามฝึกฟังภาษาญี่ปุ่นจากทีวี หรือคุยกับเพื่อนที่เป็นคนญี่ปุ่น มันจะทำให้เราเรียนรู้มากขึ้น เราต้องหมั่นฝึกตัวเอง โดยที่เราต้องไม่อายและกล้าพูด ในส่วนของการจำอักษรคันจิ หลายคนไม่ชอบเพราะว่ายาก และเยอะมาก แต่ถ้าเรารู้เทคนิคเราจะจำได้ง่ายมาก ช่วงที่เราเรียนช่วงแรกๆ ก็จะพยายามคัดมากๆ เป็น 100 จบเลย ยิ่งคัดเยอะมากเท่าไหร่จะทำให้สมองเราไม่ต้องสั่งแล้ว กลายเป็นมือสั่งเหมือนกับว่าเราเขียนจนชินทำให้เราไม่ต้องใช้เวลานานในการนึกว่าจะเขียนเส้นไหนก่อน โดยเราอาจจะฝึกเขียนวันละ 3 ตัวก็ได้ครับ ค่อยๆ ฝึกไป พยามยามท่องคำศัพท์ให้ได้มากๆ อย่าเพิ่งไปสนใจคำช่วย อย่าท่องคำศัพท์เฉพาะที่อาจารย์สั่งให้ท่อง แต่ควรที่จะหาอ่านเพิ่มเติม ให้เราเอาคำนั้นมาเทียบเคียงเปรียบเทียบกับภาษาไทย เช่นคำว่า Samui ที่แปลว่า “หนาว” ก็นึกถึงเกาะสมุยจะทำให้เราจำง่ายขึ้น และพยายามสนุกกับภาษาญี่ปุ่น อยากให้คนที่เรียน ภาษาญี่ปุ่นอดทน และพยายามเริ่มแรกอาจจะยาก เพราะภาษาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่ถ้าเราเข้าใจเราก็จะมีความสุขกับการเรียนและทำให้อยากจะเรียนรู้เพิ่มขึ้น ขอให้ทุกคนพยายามมากๆ อย่ากลัวคำศัพท์ อย่ากลัวคันจิ อย่ากลัวการออกเสียงครับ "

 

 

 

อาจารย์ธีระวุฒิ  สุนทรา

จบการศึกษา :

ระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ระดับปริญญาโท
Humanities and Social Sciences,
University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบัน :

นักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านภาษาศาสตร์ Humanities and Social Sciences, University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น

 

 

     " เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นโดยเริ่มจากการที่เราชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นสมัยเด็กๆ แล้วบางทีในการ์ตูนจะมีตัวอักษรญี่ปุ่น  ตอนที่เห็นก็รู้สึกว่าตัวอักษรเค้าน่ารักดี เลยมีความคิดว่าอยากจะเรียนครับ ตอนแรกก็เรียนเองก่อน เริ่มจากหัดเขียนตัวอักษรแล้วรู้สึกชอบ ก็เลยเริ่มเรียนแบบจริงจังดูครับ ตอนที่เรียนโดยส่วนตัวแล้วจะเป็นคนที่ถนัดไวยากรณ์มากกว่าการสนทนา แต่การเรียนภาษาให้ได้ผลดีต้องหัดพูดด้วย โชคดีที่บ้านเราอยู่แถววัดอรุณที่มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเยอะ ก็จะเดินถือหนังสือญี่ปุ่นไปแถวๆ นั้นแล้วก็อ่านเสียงดังๆ จนคนญี่ปุ่นหันมามอง เราก็รีบหันไปทักทายเค้า เลยได้โอกาสคุยกับคนญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นการฝึกภาษาไปในตัว หลังจากเรียนจบภาควิชาภาษาญี่ปุ่นก็สอบชิงทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Yamaguchi ประเทศญี่ปุ่น 1 ปี หลังจากกลับมาก็รู้สึกอยากเป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่เพราะเราเรียนเก่ง หรือเรียนมาสูง แต่เรามีความคิดว่าเรามีความสุขเวลาที่เราได้ถ่ายทอดสิ่งที่เรารู้ และสอนเรื่องต่างๆ ให้กับคนอื่นถ้าผู้รับมีความสุขเราก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นครับ ก็เลยคิดว่าอยากจะเป็นอาจารย์ ก็ได้มาเป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต 3 ปี หลังจากนั้นก็ได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนต่อระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก
    
ต้องบอกก่อนว่ากว่าจะเรียนภาษาญี่ปุ่นได้อย่างที่ตัวเองหวังไว้ต้องใช้เวลาและความพยายามมาก สิ่งที่เด็กไทยควรจะเปลี่ยนอันดับแรกในการเรียนภาษาคืออย่าอายที่จะถามครับ ถ้าอายที่จะถามในที่ที่มีคนอยู่มาก เราก็เลือกถามกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวก็ได้ครับ อย่าปล่อยให้สิ่งที่ไม่รู้ผ่านไปโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะมันจะยิ่งสะสม และก็จะเกิดผลกระทบต่อมาคือ พื้นฐานไม่แน่น เพราะเราไม่กล้าที่จะถาม ไม่เช็คตัวเองว่ารู้จริงหรือเปล่า บางคนมีพรสวรรค์ไม่ต้องเรียนมากก็เก่งได้ แต่คนที่เรียนไม่เก่งต้องพยายามอาศัยพรแสวงซึ่งตรงนี้ก็คือ พยายามตั้งคำถาม และถามกับอาจารย์บ่อยๆ เราก็จะมีพื้นฐานความรู้ที่เก่งได้ด้วยตัวเราเอง ฉะนั้นอยากให้นักเรียนหลายๆ คนควรจะเปลี่ยนความคิดที่ว่าอายที่จะถามแต่ให้คิดว่าภูมิใจที่ได้ถามดีกว่าครับ
    
หลายคนมักจะเรียนโดยที่เน้นไวยากรณ์เป็นหลัก ตรงนี้เราถือว่าเป็นข้อดีของเราที่สามารถเรียนไวยากรณ์ให้ถูกต้องแม่นยำ ส่วนเรื่องสนทนาค่อยมาหัดพูดทีหลัง แน่นอนว่าอาจจะเก่งไม่เท่ากับคนที่เค้าพูดเก่งแต่ให้เราค่อยๆ ฝึกบ่อยๆ ก็จะเก่งขึ้นมาเองครับ เทคนิคการเรียนภาษาสำหรับทุกรูปแบบคือ จงภูมิใจสิ่งที่เรามีพรสวรรค์ ให้เราดึงสิ่งที่เราเก่งมากที่สุดไปให้ไกล แล้วทักษะอื่นๆ จะตามมาเอง ฉะนั้นเราต้องดึงจุดแข็งของเราออกมาในการเรียนแล้วคอยประคับประคองจุดด้อยของเราให้ไปควบคู่กัน บางคนอาจจะยังหาจุดไม่ได้ว่าต้องเริ่มเรียนจากตรงไหนก่อนดี ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มจำคำศัพท์ให้เรามองอะไรก็เป็นภาษาญี่ปุ่นให้หมด เริ่มจากสิ่งง่ายๆ ก่อนเช่นในบ้าน ทีวี วิทยุ ตู้เย็น เก้าอี้ ของทุกสิ่งที่อยู่ในบ้านเราพยายามเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นเมื่อเราพูดทุกวัน พูดบ่อยๆ ก็จะจำได้เองครับ หรือการจำคันจิที่หลายคนบ่นว่ายากจำยังไงก็จำไม่ได้ให้เราตั้งเป้าไว้สำหรับทุกวันเพื่อที่จะจำคันจิให้ได้วันละ 5 ตัว ค่อยๆ จำวันละนิด และพยายามทำเป้าหมายของเราให้สำเร็จก็จะสามารถจำคันจิได้ที่เราต้องการได้ ซึ่งสมัยนี้ถือว่าสื่อต่างๆ ที่จะทำให้เราเรียนภาษาญี่ปุ่นได้เร็วขึ้นมีมากกว่าสมัยก่อนเยอะมากไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน เกมส์ ละคร หรือหาเพื่อนญี่ปุ่นในอินเตอร์เน็ต พยายามหาโอกาสในการใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
     สำหรับคนที่คิดจะเรียนหรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่อยากให้มีเป้าหมายก่อน โดยที่เราอาจจะชอบอ่านการ์ตูน อยากร้องเพลงญี่ปุ่นเก่ง  อยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น หรืออยากทำงานกับองค์กรญี่ปุ่น ทุกอย่างล้วนเป็นเป้าหมาย ในระหว่างทางที่เราหวังอาจจะมีล้มเหลวบ้าง ไม่ได้ดั่งใจบ้าง จะพูดก็พูดไม่ได้ จะไปเรียนต่อก็สอบไม่ติด ขอให้คิดว่าปลายทางมีความสำเร็จเสมอ ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จโดยที่เรายังไม่เริ่มลงมือทำอะไร ให้เราถือว่าความล้มเหลวเหล่านั้นเป็นบทเรียน และค่อยๆ เรียนรู้กับความล้มเหลวนั้นเพื่อพัฒนาให้เป็นความสำเร็จ ให้เราพยายามคิดถึงความสุขปลายทางของเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ว่าถ้าเราสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้  ได้ไปเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น มันจะมีความสุขมากขนาดไหนแล้วทุกอย่างที่เราตั้งเป้าไว้ก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ "

 

 

 

อาจารย์กนกพร  จิปิภพ

จบการศึกษา :

ระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยรังสิต

ปัจจุบัน :

อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น

 

 

     " เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากความชอบนักร้องญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น อากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ทำให้เราสนใจและเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น ตอนเรียนก็รู้สึกว่ายากมาก มีบ้างที่ท้อ และคิดว่าจะเลิกเรียน แต่ด้วยความชอบทำให้เราผ่านจุดนั้นมาได้ เราต้องพยายามเรียนให้สนุก การเรียนจะมีคนอยู่ 2 ประเภท คนที่อยากเรียนกับเรียนได้ จะไม่เหมือนกัน คนที่เรียนได้ เป็นคนหัวดีจะเรียนอะไรก็ได้ เรียนแค่ให้มันผ่านๆ ไป แต่คนที่อยากเรียนจะมี 2 แบบทั้งเรียนเก่ง และเรียนไม่เก่ง แต่ทั้ง 2 แบบจะมีความอยากเรียน และสนุกกับการเรียนมากกว่าทำให้เด็กที่อยากเรียนมักจะหาเทคนิค หรือจำเทคนิค เคล็ดลับที่อาจารย์สอนมาใช้ในการเรียน เช่น การท่องคำศัพท์ หรือการหัดอ่านคันจิบ่อยๆ ก็จะทำให้เราจำได้ สื่อในการเรียนก็สำคัญ อย่างเช่น อาจจะหาซีรี่ย์ญี่ปุ่นมาดู โดยที่ช่วงแรกๆ เราอาจจะดูซับบ้าง แต่พอดูบ่อยๆ อาจจะไม่ต้องดูแล้ว มีหลายคำในภาษาญี่ปุ่นที่เป็นภาษาพูด แต่เราไม่เคยเจอตอนที่เราเรียน หลายคนมีปัญหาในเรื่องของการสื่อความหมาย เช่น รู้และเข้าใจ แต่ไม่สามารถบอกเป็นภาษาไทยได้ หรือ ภาษาญี่ปุ่นบางคำไม่มีในภาษาไทย ฉะนั้นเราต้องหัดพูดบ่อยๆ ประโยคนั้นๆ ก็จะติดหูเราเองแล้วเราก็จะเลือกใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้เอง เด็กไทยส่วนมากเรียนไวยากรณ์ได้ดี เพราะเข้าใจว่าเรียนไวยากรณ์เยอะๆ จะสามารถเก่งภาษาได้ แต่จริงๆ เป็นความเข้าใจที่ผิด เวลาเรียนเด็กไทยจะชอบจดตามกระดาน และคิดว่าจดไว้ก่อนแล้วค่อยกลับไปอ่านเองที่บ้าน แต่พอกลับไปอ่านเองที่บ้านแต่ไม่รู้ว่าอ่านว่าอะไร ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร ใช้ยังไงเป็นบ่อยมากสำหรับเด็กไทย ฉะนั้นอยากให้ทุกคนเวลาที่เรียนภาษาขอให้วางปากกา ฟังก่อน เดี๋ยวค่อยจด อาจารย์ทุกคนมีเวลาให้นักเรียนจดเสมอพยายามรับสิ่งที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ก่อน การเรียนที่ผิดวิธีทำให้เด็กไทยไม่กล้าที่จะพูดกับคนต่างชาติ จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องของสำเนียงการออกเสียง สำหรับภาษาการกล้าที่จะพูดเป็นสิ่งที่จะทำให้เราพัฒนาได้เร็วมากกว่าการที่เราเอาแต่จำไวยากรณ์ อยากให้เด็กไทยที่เรียนภาษาสร้างโอกาสให้กับตัวเองที่จะพูดกับเจ้าของภาษา ไม่ต้องกลัวว่าจะผิด อยากให้เรียนภาษาด้วยความตั้งใจ ให้ความสำคัญกับภาษานั้นๆ เพราะบางคนเรียนเป็นแฟชั่น สื่อสารได้เบื้องต้นพอแล้ว อยากให้เรียนไปเพื่อใช้งานในอนาคต แน่นอนว่าความท้อในการเรียนภาษามันต้องมีอยู่แล้วเพราะภาษามันมีความยากแน่นอน แต่ถ้าเราท้อไปหมดเราเรียนทุกอย่างแค่ครึ่งทาง มีความรู้นิดๆ หน่อยๆ มันนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้แน่นอน เมื่อทุกอย่างมันยากไม่ใช่แค่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นที่มันยาก แต่ถ้าเราคิดที่จะเรียนแต่สิ่งที่ง่ายๆ ถ้าเกิดเราต้องเจอสิ่งที่ยากๆ ก็จะทำให้เรารู้สึกท้อ และจะทำให้ชีวิตเราไม่ก้าวหน้า จะก้าวอยู่กับที่ไม่คิดอยากที่จะเรียนรู้มากขึ้น หรือเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเอง เรียนภาษาขอให้ขยัน ภาษาไม่ได้ยากเกินถ้าเรามุ่งมั่นที่จะเรียน และพยายามตั้งเป้าหมายที่จะเรียนให้ประสบความสำเร็จ "

 

 

 

อาจารย์ประยูร  ศรีอุดมกุล

จบการศึกษา :

ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมโทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ปัจจุบัน :

วิศวกร และตำแหน่งล่าม บริษัท พานาโซนิค มอเตอร์ ประเทศไทย

 

 

     " ผมเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเพราะว่ามีความรักและชอบในประเพณี วัฒนธรรม ของประเทศญี่ปุ่น และด้วยความที่ชอบภาษาญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงเวลาที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรู้ตัวดีว่าตังเองไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ จึงได้มองหาภาษาอื่นไว้เป็นทางเลือกในอนาคต จึงได้ตัดสินใจเรียนภาษาญี่ปุ่น หลังจากเรียนภาษาญี่ปุ่นมาได้ 2 ปี ก็ได้สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นได้ระดับ 2 ครับ

     ถ้าพูดถึงเรื่องการเรียนภาษาแล้วไม่ว่าภาษาไหนก็จะต้องประกอบไปด้วยทักษะครบทั้ง 4 อย่าง คือ พูด ฟัง อ่าน และ เขียน สำหรับในด้านของทักษะการฟังและการพูด อาจมีความจำเป็นต้องฝึกพูดและคุยกับคนญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของภาษาเพราะบางทีการเรียนแต่ไวยากรณ์อย่างเดียวไม่อาจช่วยให้พูดและฟังเก่งขึ้นมาได้  ซึ่งตรงจุดนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษที่เรียนมาตั้งแต่เล็กๆ แล้วแต่ก็พูดไม่เป็น ก็จะฟังไม่เข้าใจอยู่ดี ดังนั้นขอให้พยายามสร้างโอกาสในการเข้าไปใกล้ชิดกับเข้าของภาษานั้นๆ แล้วลองฝึกพูดคุยกับเขาดู สำหรับทักษะการจำ และการเขียนทั้ง 2 ทักษะนี้ เราสามารถฝึกด้วยตนเองเพียงลำพังได้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการฝึกของเราว่ามีมากแค่ไหน เป็นเรื่องธรรมดาที่คนฝึกเป็นประจำทุกวัน จะอ่านและเขียนได้คล่องกว่าคนที่ไม่ฝึกเลย หรือฝึกน้อยครั้งกว่า ดังนั้นขอให้พยายามฝึกกันบ่อยๆ นะครับ

     สำหรับในเรื่องของคันจิที่เป็นปัญหามากของเด็กไทยในปัจจุบันนี้ การที่เราจะเก่งคันจิได้ก็ต้องประกอบไปด้วย 2 ทักษะดังที่กล่าวคือ อ่าน และเขียน ดังนั้น การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะเป็นหนทางที่จะสามารถช่วยให้เราเก่งคันจิขึ้นมาได้ แต่ถ้าถามถึงเทคนิคในการจำคันจิแล้ว คันจิทุกตัวจะมีความหมายในตัวของมันเอง ดังนั้นเวลาที่จำคันจิควรเริ่มจากจำที่ความหมายก่อนครับ จะได้เข้าใจว่าตัวอักษรนั้นต้องการสื่อความหมายในลักษณะไหน  ถัดมาจำที่เสียงอ่าน ทั้งเสียงจีน และ เสียงญี่ปุ่น และลำดับสุดท้ายจึงค่อยมามุ่งเน้นในเรื่องของคำศัพท์แทน

     การเรียนภาษาญี่ปุ่นอยากให้เริ่มจากความรัก และ ความชอบในสิ่งที่เรียนก่อน เพราะหากเรามีความรักและชอบแล้วจะเป็นเหมือนแรงผลักดันคอยกระตุ้นตนเองให้เดินไปข้างหน้าอยู่เสมอ นอกจากนี้เรียนเสร็จแล้วควรมีการนำไปใช้จริงด้วย ยกตัวอย่างเช่น เวลามีของสิ่งต่างๆ ลองนึกถึงคำศัพท์ที่เคยเรียนมาว่าสิ่งนี้เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าอย่างไร สิ่งนั้นเรียกว่าอะไร จะเป็นการช่วยเตือนความจำเราอีกทางหนึ่ง หากสิ่งไหนที่ยังไม่รู้ขอให้กล้าที่จะสอบถามจากผู้รู้ในตอนที่ไม่เข้าใจไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม อยากทุกคนที่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นนำคำ  3 คำนี้ไปใช้  ทำไม? อะไร? เพื่ออะไร แล้วจะเก่งขึ้นแน่นอนครับ "

 

 

 

 

 

ปัจจุบันกำลังศึกษาที่

คณะทันตแพทยศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 6

เรียนกับ We

คอร์สซัมเมอร์ (Beginner1A) , คอร์สกลุ่ม Beginner1B - 3 , Private (ปัจจุบัน)

   “ ตอนแรกที่มาสมัครที่นี่เพราะว่าเพื่อนของเพื่อนแนะนำว่าที่นี่ดีมากเลยเป็นโรงเรียนที่น่ารัก รู้สึกถึงความเป็นบ้านที่อบอุ่นมากกว่าโรงเรียนอีกค่ะ เข้ามาเจอพี่ๆ พนักงาน ก็น่ารักมากๆ เป็นกันเอง ใจดีกันทุกคนเลย พอเรียนคอร์สแรกก็ประทับใจเลยค่ะ จากที่ชอบญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็รู้สึกชอบญี่ปุ่นมากขึ้นอีก อาจารย์ที่ We ก็สอนดีมาก เข้าใจง่าย สัมผัสได้เลยค่ะว่าอาจารย์ทุกท่านเอาใจใส่นักเรียนมากๆ มีความตั้งใจที่จะสอนเรามากๆ เลยค่ะ
     เริ่มเรียนที่ We เป็นคอร์สกลุ่มค่ะ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับ Beginner 3 แล้วก็เลยลองไปสอบระดับ 4 ดูค่ะ (น้องไอซ์สอบผ่านระดับ 4 แล้วเมื่อปี 2551) เกี่ยวกับทุนมงบุโช หรือทุนรัฐบาลญี่ปุ่น คือสนใจอยากไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้วค่ะ และรุ่นพี่ที่

คณะฯ ก็ได้รับทุนนี้ไปเรียนหลายคนค่ะ รวมทั้งอาจารย์ที่คณะฯ หลายท่านก็จบจากประเทศญี่ปุ่นด้วยค่ะ ที่สำคัญทุนนี้ก็เปิดกว้างและไม่ผูกมัดด้วย จะเลือกสาขาอะไรก็ได้ ไอซ์ได้ทุนวิจัยค่ะ ทำวิจัยไม่เกิน 2 ปี แล้วเรียนปริญญาเอกต่อเลย คงจะเรียนทั้งหมดประมาณ 5 ปีค่ะ

     ข้อสอบข้อเขียนของทุนมงบุโชจะมีคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เหมือนข้อสอบเอนทรานซ์เลยค่ะ แต่คณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษจะบังคับให้สอบ ส่วนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ให้เราเลือกอันใดอันหนึ่ง ซึ่งไอซ์เลือกชีวะ เพราะว่าตรงกับสาขาที่เรียนค่ะ

     ตอนที่ไปสอบยังไม่ค่อยได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เรียนไปค่ะ เพราะข้อสอบข้อเขียนเป็นภาษาอังกฤษหมดค่ะ ส่วนการสอบสัมภาษณ์คณะกรรมการจะเป็นคนญี่ปุ่นก็จริง แต่จะให้เลือกว่าจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นค่ะ หลังจากสอบสัมภาษณ์แล้วก็จะมีสอบภาษาญี่ปุ่นของทุนมงบุโชด้วยค่ะ และต้องเรียนปรับพื้นฐานภาษาที่ญี่ปุ่นอีก 6 เดือน เลยคิดว่าการมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นได้เยอะๆ ก่อนที่จะไปเรียนที่โน้นจริงๆ มีความสำคัญมากค่ะ เพราะคิดว่าถ้าเราเตรียมตัวไปดีจะทำให้เราปรับตัวได้เร็ว และจะไม่มีปัญหาในการเรียนหรือการใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

     พอรู้ว่าได้รับทุนมงบุโช ก็เลยกลับมาเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อที่ We นี่แหละค่ะ ปรึกษาอาจารย์ที่ We แล้วเลยเลือกเรียนเป็นคอร์ส Private ค่ะ เพราะจะมีการปรับเนื้อหา สัดส่วนอาจารย์ไทยและญี่ปุ่นให้เหมาะสมมากกว่าค่ะ แรกๆ พอมาเรียน Private แล้วรู้สึกตื่นเต้นค่ะ คือคอร์สกลุ่มเราก็จะมีเพื่อนๆ เรียนด้วย อาจารย์จะสนใจนักเรียนทุกคน แต่พอมาเรียน Private ก็เรียนคนเดียว แรกๆ ก็ไม่คุ้นเหมือนกันนะค่ะ แต่พอจริงๆ แล้วกลับรู้สึกดีค่ะ เพราะว่าอาจารย์จะให้ความเอาใจใส่ทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องการเขียนตัวอักษร ไอซ์คิดว่าถ้าอยากได้แบบเข้มข้นมาเลือกเรียน Private ดีกว่าค่ะ ได้เรียนกับอ.เรย์ค่ะ อ.เรย์จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นหรือแนวความคิดของคนญี่ปุ่นสอดแทรกเข้าไปด้วย ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นเยอะมากขึ้น นอกจากนี้ อ.เรย์ยังได้แนะนำตั้งแต่เรื่องการปรับตัวในชีวิตประจำวันไปจนถึงเรื่องที่พัก แล้วก็เรื่องการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่เป็นประโยชน์ด้วยค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากๆ นะคะ

     อยากจะแนะนำว่า น้องๆ คนไหนที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ลองไปสอบทุนมงบุโชดูนะค่ะ เพราะว่าทุนนี้เปิดโอกาสมากและไม่ผูกมัด นอกจากนี้ทุนนี้ยังให้เราเรียนได้จนเต็มศักยภาพของเรา คือเราอาจจะเรียนจนจบปริญญาเอกเลย หรือทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเลยก็ได้ อยากให้น้องๆ ลองไปสอบดู การเตรียมตัวจะเหมือนสอบเอนทรานซ์ค่ะ ถ้าน้องๆ มีความตั้งใจก็ไม่ยากมากไปสำหรับเราค่ะ สู้ๆนะคะ ”

 

 

 

¹Ñ¡àÃÕ¹âçàÃÕ¹¹ÒÂÃéÍ »ÃÐà·È­Õè»Øè¹ (·Ø¹¡ÃзÃǧ¡ÅÒâËÁ) »ÃШӻաÒÃÈÖ¡ÉÒ 2554

 
     
 
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃé;ÅÇѲ¹ì  ¹Ô¸ÔªÑ (¹ÔÇ)

ปัจจุบัน :

ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

Private (Beginner1A – Professional 1)

     " ผมได้รับทุนจากกองทัพบกให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นครับ ที่ตัดสินใจเรียนที่ We เพราะว่าอย่างแรกก็คือเป็นคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่ได้แนะนำมา แล้วก็จากการศึกษาในเน็ตก็รู้สึกว่าเป็นโรงเรียนที่น่าสนใจครับ ผมเรียนเป็นคอร์ส Private ก็ค่อนข้างดีครับ เรียนกัน 2 คน  ก็รู้สึกคุ้มค่ามากครับกับการเรียน แล้วในขณะเดียวกันก็ได้ความรู้ที่ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนอย่างเดียว ยังได้ประสบการณ์ต่างๆ มากมายจากอาจารย์

     เรียนกับอาจารย์เรย์สนุกดีครับ ได้ทั้งความรู้ที่จะต้องใช้ในการเรียน áละประสบการณ์จากอาจารย์เรย์ที่เคยไปเรียนที่ญี่ปุ่นมาว่าเป็นอย่างไรบ้างครั้บ ส่วนของอาจารย์เซกาว่า  ในช่วงแรกๆ ก็จะเป็นสไตล์ลูกศิษย์กับอาจารย์ครับ แต่พอหลังๆ มาก็รู้สึกสนิทกันมากขึ้นครับ ทำให้ได้สนทนา ได้ฟังกันมากขึ้น รู้สึกสนุกดีครับ
     สำหรับความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อ
We ก็มีความประทับใจในหลายๆ อย่าง เริ่มจากสถานที่ ครั้งแรกที่ได้มาที่ We ก็รู้สึกถึงกลิ่นไอของความเป็นญี่ปุ่นทันทีเลย ประทับใจในสถานที่มากๆ ครับ รู้สึกอบอุ่นดี หลังจากนั้นพอเข้ามาถามข้อมูล ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี  รู้สึกดีมาก  พอได้มาเรียนเนื้อหาในการสอนก็น่าประทับใจ  เพราะที่นี่มีหลักสูตรเป็นของตัวเอง  ซึ่งผมคิดว่าเป็นหลักสูตรที่ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น  สำหรับผมรู้สึกดีใจและไม่ผิดหวังที่ได้มาเรียนที่ We

     ฝากถึงคนที่กำลังจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นว่าควรจะพยายามศึกษาภาษาและวัฒนธรรม  ชีวิตความเป็นอยู่ในญี่ปุ่นก็ค่อนข้างจะสำคัญนะครับ  พยายามหาความรู้เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นให้มากๆ ครับ  โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับคนญี่ปุ่น การใช้ภาษาถือว่าสำคัญมากๆ ที่จะต้องเตรียมตัว  เตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุดก่อนไปครับ "

 
 
 
     
 
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃéÍ¡ѹµì¸Ã  ¾ÃËÁʶԵ (¡Ñ¹µì)

ปัจจุบัน :

ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

Private (Beginner1A – Professional 1)

     " ผมได้รับทุนกองทัพบกเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นครับ ที่เลือกเรียนที่ We เพราะว่ารุ่นพี่ที่ได้รับทุนก่อนหนี้แนะนำมาเป็นพิเศษว่าให้เรียนที่ We แล้วได้ความรู้ดีครับ ได้เริ่มเรียนเป็นคอร์ส Private เลย  รู้สึกดีมากครับ  เพราะว่าเราได้ความรู้ที่นอกเหนือจากสิ่งที่ตำราอธิบายครับ  ซึ่งทำให้ระบบความคิดในเรื่องภาษาของเรามีเหตุมีผลไม่ใช่แค่จดแล้วก็จำเพื่อตอบเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเอาไปคิดต่อยอดเองได้  ถือว่าคุ้มค่ามากกับเนื้อหาที่ได้เรียนไปครับ  เรื่องเวลาเรียนก็ทำให้การเรียนสะดวกขึ้นเยอะเลยครับ

     วิธีการสอนของอาจารย์เรย์  ก็คือจะเน้นที่วิธีการคิดเกี่ยวกับแก่นของภาษาเป็นตัวหลัก  คืออาจารย์บอกมาแค่หนึ่งหลักการ  สองหลักการ  แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประโยคได้เป็นสิบๆ ประโยคเลยครับ ในส่วนของการไปอยู่ญี่ปุ่นอาจารย์เรย์แนะนำว่าถ้าเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม  ให้พยายามศึกษาวัฒนธรรมของเขาแล้วก็ให้ทำตามเขาไปครับ

     ส่วนของอาจารย์เซกาว่า  มีวิธีการสอนที่ดีมากเลยครับ  คือว่าพยายามจะใช้คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นในการคุยกัน  อาจารย์จะใช้ภาษาในระดับที่เราเรียนอยู่ในตอนนั้น  อาจารย์จะพยายามเข้าใจพวกผม  ผมก็จะพยายามพูดในสิ่งที่ผมได้เรียนไปให้เต็มที่ครับ  ก็เป็นการฝึกทบทวนที่เรียนไป  และเป็นการฝึกใช้จริงได้ด้วยครับ

     หลังจากได้เรียนภาษาญี่ปุ่นจากที่ We ไปแล้ว  รู้สึกมั่นใจขึ้นครับ  ว่าอย่างน้อยก็คงไม่ไปเคว้งคว้างอยู่ที่นู่น  คิดว่าถ้าไปแล้วจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ครับ  การเตรียมภาษาญี่ปุ่นก่อนที่จะไปเรียนที่ญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยครับ  เพราะว่าการที่ไปเรียนที่ประเทศของเจ้าของภาษาเลยเราจะไม่มีคำอธิบาย  แล้วก็คนที่สอนเราถ้าเป็นคนญี่ปุ่นเขาจะไม่เข้าใจว่าเราไม่เข้าใจตรงไหน  แต่ถ้าเราเรียนจากที่นี่ก่อนกับคนไทยด้วยกันเอง  ก็จะรู้ว่าจุดไหนที่คนไทยจะไม่เข้าใจก็จะอธิบายได้ตรงจุดครับ

     สิ่งที่อยากจะฝากถึงน้องๆ ที่กำลังจะไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นก็คือ  อยากให้น้องๆ ขยันเยอะๆ ขยันกว่าพี่ (หัวเราะ) ให้น้องๆ อย่าประมาท  เพราะว่าตอนนี้เริ่มรู้สึกได้แล้วว่าการไปดำรงชีวิตที่ต่างประเทศมันไม่ใช่อะไรง่ายๆ  ไม่ใช่ว่าจะไปตายเอาดาบหน้าได้  ต้องเตรียมตัวเยอะๆ ครับ  เพราะถ้าเราสตาร์ทไม่ดีต่อไปก็จะไม่สามารถแก้ไขจุดที่มันไม่ดีได้ทั้งๆ ที่เราควรจะทำได้ดีกว่านี้ครับ

     สำหรับโรงเรียน We ประทับใจพี่ๆ ประชาสัมพันธ์ครับ  ให้การบริการที่ดี  มีน้ำใจมากๆ เลยครับ  แล้วก็อาจารย์ที่นี่ก็นิสัยดีทุกคนเลยครับ  อัธยาศัยก็ดีด้วย  ผมรู้สึกประทับใจและอบอุ่นมากเวลาเรียนที่นี่ครับ  ความรู้สึกต่างจากการไปเรียนที่โรงเรียนมากๆ เลยครับ  มีอาจารย์เหมือนพี่ชาย  มีพี่ๆ+อาจารย์ปุ๊เหมือนพี่สาว  มาเรียนๆ เล่นๆ อย่างได้ความรู้กลับไปด้วย  สนุกมากเลยครับ  หนึ่งปีมานี้ทำให้ก่อเกิดความผูกพันมากมาย  ผมจะไม่ลืมเลยครับ  วิชาความรู้ที่ได้เรียนไปก็พยายามจดจำเช่นกันครับ  คิดถึงพี่ๆ อาจารย์ โต๊ะ เก้าอี้ โรงเรียน รถอาจารย์ เครื่องฟอกอากาศ บรรยากาศดีๆ ขอบคุณครับ "

 
 
 
   
 

¹Ñ¡àÃÕ¹âçàÃÕ¹¹ÒÂÃéÍ »ÃÐà·È­Õè»Øè¹ (·Ø¹¡ÃзÃǧ¡ÅÒâËÁ) »ÃШӻաÒÃÈÖ¡ÉÒ 2553

 
     
 
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃéÍÂÈÔǡà ´ÕªèÇ (µÍ§)

ปัจจุบัน :

โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

คอร์ส Private (Beginner1A – Professional2)

     " ตอนที่ได้รับทุนจากโรงเรียนนายร้อย ให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ผมยังไม่ค่อยทราบเลยครับว่า จะเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหน จะสมัครอย่างไร และมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง แต่ก็ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ครับ ซึ่งก็ได้ทราบว่ามาเรียนกันที่ โรงเรียน We กัน 2 – 3 รุ่นแล้ว ก็เลยคิดว่าการเรียนที่นี่น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพราะว่ารุ่นพี่ก็บอกว่านำความรู้ไปใช้กันที่ญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีครับ ก็เลยตัดสินใจเรียนที่โรงเรียน We ครับ

     ที่เลือกเรียนคอร์ส Private เพราะผมคิดว่าน่าจะสามารถเข้าถึงรายละเอียดได้ดีกว่า ทั้งส่วนไหนที่อยากรู้เพิ่ม หรือส่วนที่ไม่เข้าใจ พอมาเรียนจริงก็คิดว่าดีเลยครับ เพราะอาจารย์จะปรับความเร็วในการเรียนเป็นของเราเอง คือถ้าเราไม่เข้าใจอาจารย์ก็จะช้าให้ ตรงไหนที่เราเข้าใจอาจารย์ก็จะเร็วให้ ตรงไหนเราอยากรู้เพิ่มอาจารย์ก็จะสอนให้เป็นพิเศษ ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ก็เลยคิดว่าดีกว่ามากเลยครับ
     เรียนกับ อ.เรย์ รู้สึกว่าเหมือนมาเรียนกับพี่ชายครับ อ.เรย์จะให้คำแนะนำเยอะแล้วก็สอนในแบบที่เป็นกันเอง คือว่าถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามได้ทันที   อาจารย์ก็จะอธิบายให้ อ.เรย์มีเทคนิคในการสอนที่ดี สามารถอธิบายเนื้อหาทุกเรื่องที่ไม่เข้าใจได้เป็นอย่างดี อย่างตอนที่เรียนมีเรียนพวกศัพท์ทางคณิตศาสตร์ด้วย ซึ่งอ.เรย์ก็รวบรวมนำสอนเพิ่มให้ได้ดีมากครับ ทำให้ผมเข้าใจภาษาญี่ปุ่นในรายละเอียดค่อนข้างจะลึกครับ นอกจากนั้นยังมีเรื่องการไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่น อ.เรย์จะสอดแทรกให้เรื่อยๆ ครับ แล้วในบทเรียนจะมีเรื่องที่เกี่ยวกับธรรเนียม ประเพณีของชาวญี่ปุ่น อ.เรย์จะอธิบายให้เนื้อหาเพิ่มเติมด้วยครับ อย่างเช่น อันนี้คนญี่ปุ่นทำหรือไม่ทำกัน อะไรที่เขาพูดหรือไม่พูดกัน อากาศเป็นยังไง เขาอยู่กันยังไง มีประเพณีในครอบครัวและสังคมยังไง อ.เรย์จะแนะนำเกือบทุกเรื่อง ส่วน อ.เซกาว่าก็เป็นกันเองมากครับ นอกจากอาจารย์จะสอนในเนื้อหาแล้ว อ.ก็จะให้คุยทั้งเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องทั่วๆ ไป คิดว่าอ.อยากให้ฝึกพูดฝึกภาษามากกว่า เช่น อาจารย์จะชวนคุยเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องอากาศวันนี้เป็นยังไง ผมคิดว่าเป็นการฝึกพูดฝึกฟังที่ดี ทำให้เรามีความสนใจอยากจะรู้ อยากจะฟัง ทำให้เรียนไม่เบื่อ ถือเป็นเทคนิคที่ดีในการสอนของอาจารย์ญี่ปุ่นครับ แล้วจากการเรียนที่ We ทำให้สอบผ่านระดับ 3 ภาษาญี่ปุ่นแล้วครับ คะแนนอยู่ที่ 77% ตอนไปสอบผมเรียนเกือบจะจบระดับ 3 แล้ว น่าจะได้ประมาณ 80% ของระดับ 3 ได้ครับ
     สำหรับโรงเรียน We ตอนที่มาเรียนไม่ได้รู้สึกว่าที่นี่เป็นโรงเรียนเลยครับ พี่ๆ แล้วก็อาจารย์ให้ความเป็นกันเองมาก เหมือนครอบครัว เหมือนได้มีบ้านอีกหลังหนึ่ง มีพี่มีน้องเพิ่มขึ้น เวลาเรียนก็ไม่กดดัน อย่างบางทีเวลาเรียนทั้งวันอาจจะรู้สึกเหนื่อย แต่ว่ามาที่นี่แล้วก็ไม่ได้ทำให้เหนื่อยเพิ่มขึ้นครับ การเรียนก็สนุกสนาน พี่ๆ ดูแลดี รู้สึกอบอุ่นและอยากมาเรียนที่นี่ครับ ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความรู้และเอาใจใส่ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ดูแลด้วยนะครับ
     หลังจากเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ We แล้ว เท่าที่เรียนไปถึงตอนนี้ก็น่าจะช่วยในการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้ อย่างน้อยๆ เรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน ก็คิดว่ามีความมั่นใจว่าจะนำไปใช้ได้อย่างแน่นอนครับ การเตรียมความรู้ภาษาญี่ปุ่นก่อนไปถือว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากครับ เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นจะต่างจากภาษาไทย ทั้งแนวคิดบางเรื่อง การเรียงรูปประโยค การที่เราเรียนจากพื้นฐานไปก่อน จะทำให้การไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นง่ายขึ้น  เพราะต้องไปต่อยอดในระดับที่ยากขึ้น ซึ่งเท่าที่ผมเคยดูมาก่อนในระดับสูงๆ จะมีพื้นฐานมาจากระดับง่ายๆ ที่เราเรียน ถ้าพื้นฐานเราแน่นจะทำให้เราเรียนต่อไปได้เข้าใจง่ายขึ้นครับ
     สำหรับ เพื่อนๆ ที่อยากไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสก็น่าจะศึกษาภาษาญี่ปุ่นเตรียมไว้ก่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ถ้าไปเรียนที่ญี่ปุ่นเลยอาจจะค่อนข้างยาก เพราะผมเคยถามจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไปเรียนมา คนที่ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นเลยจะปรับตัวค่อนข้างยากมาก หรือว่าบางคนอาจจะเรียนไม่ได้เลยครับ แล้วก็นอกจากเรียนภาษาแล้วก็ควรจะศึกษาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณีของคนญี่ปุ่นด้วย เพราะว่าแนวคิดของเขาค่อนข้างจะต่างจากคนไทยเรา การศึกษาไปก่อนทำให้ปรับตัวได้ง่ายแล้วก็อยู่ในสังคมของคนญี่ปุ่นได้ง่ายกว่าครับ "

 
 
 
     
 
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃéÍ»ÇÔ³  á¡éǻԧàÁ×ͧ (¤ÅÔÁ)

ปัจจุบัน :

โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

คอร์ส Private (Beginner1A – Professional2)

     " ทุนที่ได้เป็นทุนของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อส่งให้นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารไทยไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยประเทศญี่ปุ่นครับ จึงต้องเตรียมเรียนภาษาญี่ปุ่น มีรุ่นพี่ที่ไปญี่ปุ่นรุ่นก่อนๆ แนะนำต่อๆ กันมาว่าให้มาเรียนที่ We ครับ เพราะว่าที่นี่สอนดี และหลังจากที่ได้มาเรียนก็ไม่รู้สึกผิดหวังเลยครับ
     เลือกเรียนเป็นคอร์ส Private ครับ เพราะคิดว่าน่าจะได้รับความรู้ที่แน่นกว่า ถ้าเราสงสัยตรงไหนก็จะซักถามได้ทันที áÅÐàÃÒäÁè

µéͧกังวลคนอื่นที่เขาเรียนกับเราว่าจะรำคาญเราไหม ถ้าเราจะถามเยอะเกินด้วย รู้สึกว่าเราได้พัฒนาภาษาญี่ปุ่นได้เร็วดีด้วยครับ เรียนคอร์ส Private ตั้งแต่เริ่มต้นจนตอนนี้ถึงชั้นกลางแล้วครับ ยังไม่ถึง 1 ปีเลย จริงๆ ก็อยากจะเรียนต่อให้สูงกว่านี้ แต่เวลาไม่พอแล้วครับ

     การเรียนการสอนที่ We ดีมากครับ ทั้งอาจารย์ไทยและอาจารย์ญี่ปุ่นทุ่มเทการสอนมาก ให้ความรู้แบบเต็มที่เลยครับ สอนสนุก เข้าใจง่าย เป็นกันเอง ถ้าไม่เข้าใจจุดไหนก็อธิบายจนกระจ่างเลยครับ อ.เรย์สอนได้ดีมากครับ ถ้าตรงไหนเราผิดก็จะแก้ไขให้เราตลอด แล้วก็ไม่ได้สอนแค่ภาษาอย่างเดียวครับ อ.เรย์ยังแนะนำเรื่องการไปเรียนที่ญี่ปุ่นอีกด้วยทั้งสอนวิธีการคบเพื่อน ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมแบบญี่ปุ่น การใช้ชีวิต รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นมากมาย พอเราไปอยู่นู่นจริงคงจะปรับตัวได้ไม่ยากครับ ถือว่าเป็นการสอนที่ดีมากครับ เพราะเราสามารถนำไปใช้ได้จริง สำหรับ อ.เซกาว่าก็สอนเกี่ยวกับการฝึกสนทนา ฝึกการฟัง ทำให้เราได้ฝึกพูดของจริงก่อนไป ซึ่งถือว่าดีมากครับ เรียนที่ We มาตั้งแต่กลางปี พอเดือนธันวา ได้ไปลองสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ 3 ดูครับ ก็สอบผ่านไปได้ด้วยดีครับ คะแนนได้ประมาณ 89% ผมคิดว่าการเรียนที่ We ได้ช่วยผมในการสอบ ทั้งทักษะการฟัง อ่าน โดยเฉพาะการอ่านช่วยผมในเรื่องการอ่านจับใจความได้ดีครับ
     ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่ประทับใจเกี่ยวกับโรงเรียน We ก็คือประทับใจอาจารย์มากครับ อาจารย์สอนสนุก ให้ความรู้สึกไม่เหมือนศิษย์กับอาจารย์ เหมือนเป็นพี่ที่ให้คำปรึกษา เป็นกันเอง เรียนไม่เครียด สบายๆ แต่ก็ได้ความรู้เราอย่างเต็มที่ครับ บรรยากาศของโรงเรียนก็ดีครับ สะอาด ร่มรื่น จัดบรรยากาศได้ดีมากครับ เหมือนกับเราอยู่บ้านที่ญี่ปุ่นเลย พี่ๆ ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับดูแลอย่างดี ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ดีจริงๆ ครับ
     สำหรับการเตรียมความรู้ภาษาญี่ปุ่นก่อนไปจริง ผมคิดว่ามีความสำคัญมากครับ เพราะอย่างน้อยๆ การที่เราได้รู้ภาษา วัฒนธรรมก่อนที่จะไปจริงๆ  จะทำให้เรามีประสบการณ์ ไปถึงญี่ปุ่นจะได้ปรับตัวได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้เรียนภาษาไปเลย ทั้งสำเนียงการพูดก็เหมือนกันครับ ถ้าเรามีพื้นฐานไปก่อนน่าจะช่วยเรื่องการปรับตัวได้ครับ แล้วก็ถ้ายิ่งเรียนจากประเทศไทยไปได้มากเท่าไรก็จะยิ่งดีครับ ความมั่นใจจะเพิ่มมากขึ้นครับ และสำหรับเพื่อนๆ ที่ได้รับโอกาสที่ดีในการไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ผมก็อยากแนะนำให้เตรียมตัวก่อนไปให้ดี โดยเฉพาะเรื่องภาษากับเรื่องวัฒนธรรม พยายามเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะไปนะครับ เพราะจะได้ไม่ลำบากในการไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นครับ "

 
 
 

 

 

¹Ñ¡àÃÕ¹âçàÃÕ¹¹ÒÂÃéÍ »ÃÐà·È­Õè»Øè¹ (·Ø¹¡ÃзÃǧ¡ÅÒâËÁ) »ÃШӻաÒÃÈÖ¡ÉÒ 2552

 
   
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃéÍÂàÁ¸ÒÇѲ¹ì  ¸ÃÃÁ¡Ô¨ (àÁ)

ปัจจุบัน :

โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

คอร์สกลุ่มระดับ Beginner1-4 , Private ระดับ Expression1-4 , Professional1-2

     “ รุ่นพี่ที่ไปก่อนหน้าผมเป็นคนแนะนำให้มาเรียนที่ We ครับ ผมได้มาดูเห็นบรรยากาศโรงเรียนดูสวยงามให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นดี ภายในห้องเรียนก็สวยงาม น่าเรียน ก็เลยตัดสินใจมาเรียนที่นี่ตลอดจนไปประเทศญี่ปุ่นเลยครับเรียนทั้งคอร์สกลุ่มและเดี่ยวด้วย ช่วงแรกเรียนเป็นกลุ่มรู้สึกสนุกดีครับ ได้เพื่อนเยอะต่อมาก็เรียนเป็น Private ก็รู้สึกว่าสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้นไปได้ไวในความรู้สึกว่าไม่ค่อยต่างกัน ดีทั้งคู่ครับ

     อ.เรย์สอนเนื้อหาไวยากรณ์ได้ละเอียดดีมากๆ ถึงมากที่สุด ตรงใหนที่ไม่เข้าใจก็จะอธิบายละเอียดมาก ทำให้เข้าใจได้ดีมากเลยครับ และชอบมีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังตลอด
     อ.ปุ๊เป็นอาจารย์ที่สอนแล้วเข้าใจง่ายมาก สอนไวยากรณ์ได้ชัดเจนมาก ทำให้สามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้ไวขึ้น แล้วในคาบก็มักจะให้นักเรียนแต่งพูดประโยคโดยใช้ไวยากรณ์
     ที่เรียนทำให้เราเข้าใจการใช้ไวยากรณ์นั้นๆ ได้อย่างถูกต้องจริงๆ เริ่มเรียนเดือนพฤษภา พอเดือนธันวาก็สอบวัดระดับ 3 ปีที่ผ่านมา ผลสอบเป็นไปตามที่คาดหมายครับ คิดว่าระดับ 3 ง่ายแค่นี้เองเหรอ (ไม่ใช่ครับ 555) ผลสอบออกมาได้ 384 เต็ม 400 คิดเป็น 96 เปอร์เซนต์ครับ ถือว่บรรลุเป้าหมายครับ ทุกอย่างที่เรียนมาช่วยได้หมดเลยครับ เพราะเคยทำข้อสอบมาหลายๆ ชุดที่ We ตอนไปสอบวัดระดับ 3 ก็เลยรู้สึกว่าง่ายกว่าที่ทำที่ We อีกครับ
     ตอนนี้กำลังจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ก็มีความมั่นใจในระดับนึงครับ เพราะเท่าที่เรียนมา สามารถพูดสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ถึงพูดไม่ได้ก็สามารถอธิบายได้ครับ นอกจากนั้นแล้วช่วงหลังๆ อาจารย์จะเปิดวีดีโอภาษาญี่ปุ่นให้ฟัง มีการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น หรือประเพณีที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นมากขึ้น อาจารย์ก็จะเล่าประสบการณ์ในประเทศญี่ปุ่นให้ฟังด้วย ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าคิดว่าความรู้ที่ได้รับจาก We สามารถนำไปปรับใช้ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ครับความประทับใจเกี่ยวกับการสอนที่ We รู้สึกว่าสอนเป็นระบบมาก จากไม่รู้เรื่องเลยก็เริ่มรู้เรื่อง สามารถเรียนรู้และเอาไปใช้ได้เยอะมาก เนื้อหาแต่ละคอร์สกำลังพอดีครับ
     แล้วก็ประทับใจเกี่ยวกับการบริการที่ We ด้วยครับ มีทีวีให้ดู แอร์เย็นสบายคลายเครียดด้วย พี่ๆ ที่เคาน์เตอร์ทุกคนน่ารัก และใจดี ที่ชอบก็คือที่นี่มีหนังญี่ปุ่นให้ยืมฟรีด้วย เพื่อใช้ในการศึกษา สรุปแล้วประทับใจมากครับ สิ่งที่อยากฝากถึงน้องๆ รุ่นต่อไป ไม่ใช่แค่น้องนายร้อยอย่างเดียวนะครับ บางทีเราอาจจะคิดว่าภาษาญี่ปุ่นยาก แต่จริงๆ แล้วไม่ยากเลย ยิ่งเรียนไปยิ่งสนุกครับ เพราะที่เรียนมาเราได้ใช้ทำให้มันสนุก อยากให้น้องตั้งใจเรียนให้ดี ไม่มีอะไรยากเหมือนที่น้องคิดครับ ”

 
 

 

 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃéÍÂÍ´Ô¡Ã³ì  ÂҡѺ (´ÒÁ)

ปัจจุบัน :

โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

คอร์สกลุ่มระดับ Beginner1-4 , Private ระดับ Expression1-4 , Professional1-2

     “ เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ We ก่อนไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่ว่าที่นี่การเรียนการสอนดีจริงๆ แล้วมีสถาบันที่ให้เลือกหลายที่ แต่ที่เลือกที่ We ก็เพราะมาครั้งแรกก็ประทับใจเลยครับ เพราะบรรยากาศเหมือนญี่ปุ่จริงๆ อีกอย่างหนึ่ง We ก็ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้การเดินทางมาเรียนไม่ลำบากครับ
     เคยเรียนทั้งคอร์สกลุ่มและเดี่ยวครับ คอร์สกลุ่มเรียนแล้วสนุก เพราะมีเพื่อนๆ เรียนกันหลายคน มีกิจกรรมทำ แต่ถ้าเป็นคอร์สเ

´ÕèÂǨÐÍÂÙè·ÕèàÃÒÇèÒàÃÒ¨ÐÊÒÁÒöÃѺä´éÁÒ¡á¤èä˹ เพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างจะเยอะ กิจกรรมอาจจะไม่ค่อยได้ทำเพราะเราเรียนคนเดียวถึงสองคนครับ
     อ.เรย์สอนละเอียด ลึกมาก ทำให้เข้าใจมองเห็นภาพได้ชัดเจนเลยว่าเนื้อหาตรงนั้นเป็นยังไง
     อ.ปุ๊ก็เป็น อาจารย์ที่สอนดีมากครับ ละเอียด กระชับ สอดแทรกในหลายๆ เรื่องเข้ามาในระหว่างที่สอน เช่นประสบการณ์การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ทำให้ผมเรียนรู้อะไรเยอะขึ้นครับ
    
พึ่งเรียนมาไม่นาน ได้ไปสอบระดับ 3 มาแล้วตกลงว่า ผลสอบออกมาผ่านครับ เต็ม 400 ก็ได้ไม่เยอะเท่าใหร่ครับ ได้แค่ 358 คะแนนครับ เคยทดลองทำข้อสอบจาก We ไปแล้วหลายชุดครับ ทำประมาณ 4 ปีย้อนหลังได้ครับ เพราะช่วยได้สามารถเป็นแนวให้เราได้ ตอนทำจะมีการจับเวลา ทำให้ผมสามารถควบคุมเวลาได้ ถ้าเราไม่เคยทำข้อสอบก็จะทำให้เราเรียนไปแบบกว้างๆ ไม่รู้ว่าสอบกันตรงไหน ก็ทำให้รู้สึกมั่นใจก่อนสอบจริงมากขึ้นมาครับ

     สิ่งที่ประทับใจที่เกี่ยวกับการสอนที่ We นั้นขอบอกเลยว่าห้องเรียนหรือว่าส่วนต่างๆ ภายใน We มีให้ความรู้สึกว่าต้อง อย่างนี้ซิ “ญี่ปุ่น” การเรียนการสอนก็โอเคมากครับ อาจารย์สนใจนักเรียนทุกคน สอบถามได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในหรือนอกห้องเรียน เวลาเรียนก็จะไม่เครียด เป็นกันเองมากๆ โดยเฉพาะอาจารย์ญี่ปุ่นของ We สอนสนุกครับ อาจารย์จะพยายามคุยกับนักเรียนตลอด จากที่ผ่านมาผมไม่ชอบเรียนอะไรที่ต้องท่องๆ จำๆ เลย แต่พอมาเรียนที่ We แล้วก็ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าชอบเรียนภาษาขึ้นมานิดหนึ่ง สอนได้ละเอียด จากแรกไม่รู้เรื่องเลย ทำให้เข้าใจและนำไปใช้ได้ครับ
     ความประทับใจที่เกี่ยวกับการบริการที่ We ก็เป็นเรื่องการต้อนรับครับ ที่นี่ต้อนรับดีมาก พี่ๆ ที่เคาน์เตอร์มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชั้นล่างก็มี ทีวีให้ดู อ่านหนังสือพิมพ์ได้ แถมมีขนม นม เนย ให้กินอีกด้วย รู้สึกดีจริงๆ และคิดไม่ผิดเลยที่มาเรียนที่นี่

     สิ่งที่อยากฝากถึงน้องๆ ที่กำลังคิดจะเรียนภาษาญี่ปุ่นหรือคนที่กำลังจะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ขอให้น้องๆ ตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยให้คุยกับอาจารย์ญี่ปุ่นให้มากๆ ครับ เพราะจะเป็นการฝึกไปในตัวครับ และอยากแนะนำน้องๆ จปร. (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) และเหล่าอื่นๆ รุ่นต่อไป มาเรียนที่นี่กันนะครับ ”

 
 

 

 
 
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃé;ԾѲ¹ì  µÔèÃÑÊÇØ²Ô (¾Õ·)

ปัจจุบัน :

โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

คอร์สกลุ่มระดับ Beginner1-2 , Private ระดับ Beginner3-4

     “ ที่เลือกเรียนที่ We เพราะมีรุ่นพี่ที่จะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นแนะนำมา ผมไปดูที่เรียนมาหลายที่ แต่ก็เลือกที่We เพราะว่าชอบบรรยากาศภายในโรงเรียนและเรื่องการเรียนการสอนที่ We จะมีทั้งอาจารย์ไทยและอาจารย์ญี่ปุ่น ผประทับใจที่อาจารย์มีการเตรียมการสอนมาเป็นอย่างดี ในส่วนของอาจารย์ไทยก็จะสอนในเรื่องของไวยากรณ์ผมว่ามันเหมาะสม เพราะว่าเราสามารถสื่อสารกันเข้าใจในเรื่องเล็กๆ น้อย มีการยกตัวอย่างให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น ส่วนอาจารย์ญี่ปุ่นจะสอนเน้นให้เราได้ฝึกพูดและนำภาษาญี่ปุ่น

ä»ãªéä´é¨ÃÔ§ ผมคิดว่าจัดได้อย่างลงตัวและเหมาะสมครับ ผมได้เรียนทั้งคอร์สกลุ่มและคอร์สเดี่ยวครับ จะแตกต่างกันตรงที่คอร์สกลุ่มเราจะได้พบเพื่อนๆ มากกว่า แต่คอร์สเดี่ยว เราได้เรียนกับอาจารย์แบบตัวต่อตัว ได้ใช้ภาษามากขึ้นและความเร็วของการเรียน สำหรับผมคอร์สเดี่ยวจะดีกว่าครับ ส่วนใหญ่จะได้เรียนกับอ.เรย์ครับ อ.เรย์สอนดีครับ ในเรื่องของไวยากรณ์ที่เราไม่เคยเรียนมาก่อนอาจารย์ก็จะอธิบายและยกตัวอย่างให้เราเข้าใจมากขึ้น อีกอย่างอาจารย์ก็สอนไม่น่าเบื่อครับมีมุขตลกๆ อยู่ตลอด และเล่าประสบการณ์พร้อมกับแนะนำการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นครับ
     และได้เรียนกับอ.ปุ๊ด้วยครับ อาจารย์ใจดีและก็สอนดีครับ อาจารย์ชอบให้ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ครับ เราจะได้ทักษะในการเขียนและการอ่าน สำหรับตัวผมไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อน มาเรียนที่นี้เป็นที่แรกก็ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น ผมสามารถพูดและสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้มากขึ้นครับ นอกจากอาจารย์จะสอนเราให้เข้าใจภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น และอาจารย์ก็ยังเล่าประสบการณ์และวัฒนธรรมสังคมของประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นยังไง ผมก็คิดว่ามันสำคัญเพราะว่าตัวก็จะต้องไปอยู่ที่ญี่ปุ่น อยากให้น้องๆ เรียนภาษาญี่ปุ่นไว้ก็ดีครับ เพราะตอนนี้การเรียนภาษาอังกฤษเดียวคงจะไม่พอ ควรที่จะเรียนภาษาที่ 3 เอาไว้ด้วย เพราะการเรียนภาษาที่ 3 เราจะได้เปรียบในการทำงานครับ
     ผมขอขอบคุณสำหรับทุกๆ สิ่งที่ทางโรงเรียนมีให้กับผม พี่ๆ และอาจารย์ทุกๆ ท่านมีความเป็นกันเองดีมากๆ และผมจะเก็บความทรงจำดีๆ นี้ไว้ตลอดไปครับ ”

 
 
 
     
 
 
 

¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÃéÍÂĵÇÕÃì  á¡éÇ»ÃдÔɰì (ầ¤ì)

ปัจจุบัน :

โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We :

คอร์สกลุ่มระดับ Beginner1-2 , Private ระดับ Beginner3-4

     “ ที่เลือกมาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ We เพราะมีรุ่นพี่แนะนำมาครับ ผมเลยลองมาสอบถามข้อมูลดู ชอบการบริการและ

สถานที่ครับ แล้วก็อยากมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นด้วยครับ เพราะถ้าผมไปอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นไปด้วยมันก็จะดีกับตัวผมครับ ผมเลยเลือกเรียนที่ We ครับ ผมเรียนกับ อ.เรย์และอ.ปุ๊ได้รับความรู้ทั้งในเรื่องของไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นและคำแนะนำการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผมสามารถนำเอาสิ่งที่อาจารย์สอนและแนะนำมาปรับใช้ได้จริงครับ อ.เรย์สอนสนุกดีครับในชั่วโมงเรียนก็จะ

ÁÕàÅèÒ¶Ö§»ÃÐʺ¡Òóìã¹»ÃÐà·È­Õè»Øè¹ ทำให้ชั่วโมงเรียนไม่น่าเบื่อครับ และอาจารย์ยังมีเคล็ดลับให้เราจำไวยากรณ์และคำศัพท์ได้ง่ายๆ ด้วยครับ อ.ปุ๊ก็สอนดี สอนสนุกมีมุขตลกด้วยครับ ผมได้เรียนทั้งคอร์สแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว ซึ่งข้อแตกต่างก็คือ ถ้าเรียนแบบเดี่ยวจะเรียนได้เร็วขึ้นครับ แต่ถ้าเรียบแบบกลุ่มจะเรียนได้ช้ากว่าเพราะว่าต้องรอคนที่ยังไม่ได้หรือไม่เข้าใจที่อาจารย์สอนครับ แต่ใครที่มาเรียนต้องการความรวดเร็วผมแนะนำให้เรียนแบบเดี่ยวจะดีกว่าครับ

     ก่อนมาเรียนที่นี่ผมมีความรู้สึกว่า ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ยากมาก เนื่องจากเป็นภาษาใหม่และตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบการท่องจำ แต่เมื่อได้มาเรียนที่ We แล้วทำให้ผมมีความมั่นใจในการเรียนมากขึ้น เนื่องจากอาจารย์ที่วีทั้งอาจารย์คนไทยและคนญี่ปุ่นสอนได้ดีมาก มีเทคนิคต่างๆ และแนะนำให้เข้าใจมากกว่าการท่องจำ ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นฐานที่จะนำไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี และผมขอขอบคุณพี่ๆ ที่คอยให้บริการอย่างเป็นกันเอง และเอาใจใส่ผมเป็นอย่างดีครับ ”

 
 
 
 

 

 

 

 

ข้อคิดเห็นของนักเรียนในคอร์สซัมเมอร์ และ ระดับ Beginner

 

 

     ในระดับ Beginner ซึ่งเป็นระดับแรกที่ผู้ที่ยังไม่เป็นภาษาญี่ปุ่นเลย ทางโรงเรียนได้มุ่งพัฒนาหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อเน้นทักษะการสนทนาและการนำไปใช้ได้จริงเป็นหลัก  โดยการอ่านและการเขียนจะถูกเน้นในภาษาญี่ปุ่นระดับสูงมากกว่า  นอกจากนั้นคอร์สซัมเมอร์ที่น้องๆ สนใจเรียนกันมากในช่วงปิดเทอม  ก็มีเนื้อหาเดียวกันกับระดับ Beginner อีกด้วย
     ลองมาชมความคิดเห็นของนักเรียนที่เรียนระดับนี้  ซึ่งมีทั้งติและชม  ทั้งนี้ทางโรงเรียนจะนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้มีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพให้มากขึ้น  รวมทั้งบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม หรือ อาหารว่างสำหรับนักเรียนต่อไป

 

 

 

 

ชุติมา  โชตินันท์กุล (เมย์)

ปัจจุบันศึกษาคณะ

: Electronic & Information System Engineering

สถาบัน

: Shokugyou Noryoku Sogou Daigaku (Nokaidai) ประเทศญี่ปุ่น

เรียนกับ We

: Beginner 1A - 4

     " มาเรียนที่นี่ตั้งแต่คอร์สแรกเลยค่ะ เพราะต้องไปศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น จากที่รู้แบบจำๆ มาจากหนังการ์ตูน เพลง กลายเป็นเข้าใจแบบลึกซึ้งเลยค่ะ อาจารย์มีเทคนิคในการสอนที่ทำให้จำได้แม่นมากๆ แล้วก็สอนสนุกทำให้ไม่รู้สึกเบื่อเลยค่ะ แบบว่าหัวเราะทั้งคาบ นอกจากจะสอนในตำราเรียนแล้ว ยังมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ควรรรู้มาเพิ่มเติมให้ด้วย แล้วก็มีการสอนจากเพลงอีกต่างหาก ชอบมากๆ ค่า

 

 

     ส่วนบรรยากาศอบอุ่นตั้งแต่เข้ามาเลยค่ะ จะได้ยินเสียงสวัสดีค่ะ กลับแล้วเหรอคะ จากพี่ๆ ประชาสัมพันธ์ตลอด ภายในที่เรียนก็เหมือนญี่ปุ่นเลยค่ะ โดยเฉพาะนาฬิกา Kitty ที่คอยเตือนเป็นเพลงญี่ปุ่น ชอบๆ ค่ะ ห้องเรียนก็สะอาดตลอดเลยค่ะ

     แล้วยังมีหนังสือกับขนมไว้คอยบริการตลอดเลย ส่วนอาจารย์คนญี่ปุ่นก็เป็นกันเองมากๆ ค่ะ พยายามแก้คำผิดที่เราพูดตลอด แล้วก็เฮฮาปาร์ตี้มากค่ะ อาจารย์บางคนแอบน่ารักด้วย

     ต้องขอขอบคุณอาจารย์+พี่ๆ ประชาสัมพันธ์มากค่ะ ที่คอยตอบคำถาม+สอนสิ่งดีๆ ให้น้องเมย์ ขอบคุณค่า "

 

 

 

 

 

นักเรียนนายร้อย สรวิศ  อยู่คำ (บิ๊ก)

ปัจจุบัน

: กำลังศึกษาที่โรงเรียนนายร้อย ประเทศญี่ปุ่น (ทุนกองทัพบก)

เรียนกับ We

: Beginner1-4 Expression 1-4

      “ อาจารย์เรย์ อธิบายได้ละเอียดและทำให้ผมเข้าใจได้ง่ายมาก ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อน แล้วก็คิดว่าคงจะยากมากด้วย รวมทั้งอาจารย์คนญี่ปุ่น และอาจารย์ไทยทุกๆท่านก็สอนและเอาใจใส่ดีมากเลยครับ พี่ๆ Uketsuke ก็เอาใจใส่ดี มีขนมให้ทานด้วย แล้วการตกแต่งห้องเรียนก็ให้บรรยากาศที่ดีในการเรียนครับ ที่ผมชอบคือตำราเรียนที่ We ที่จะมีหัวข้อการนำไปใช้จริง ซึ่งอาจารย์เรย์ก็จะอธิบายใด้เห็นชัดให้เห็นถึงความแตกต่างในการใช้ระหว่าง Sensei ของคนไทยกับคนญี่ปุ่นว่า ถ้าเอาไปใช้แล้วจะแตกต่างกันยังไง ในส่วนนี้อาจารย์เรย์สามารถอธิบายให้ผมเข้าใจได้ดีมากเลยครับ ผมอยาก

 

 

เรียนที่นี่ต่อมากแต่เวลาไม่พอแล้ว แล้วก็การเรียนในชั้นเรียนที่นี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมสอบผ่านระดับ 3 ทั้งๆ ที่เพิ่งเริ่มเรียนไม่นานและสอบเป็นครั้งแรกครับ ”

 

 

 

 

 

คุณพรวิภา  จรัสโพธิรัตนกุล (พร)

ปัจจุบันศึกษาคณะ

: วิศวกรรมการบิน

สถาบัน

: University Of Bath ประเทศอังกฤษ

เรียนกับ We

: Beginner 3-4

     " เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นที่อื่นมาอาจารย์ญี่ปุ่นเป็นคนสอน  แต่อธิบายไม่ค่อยดีเลยไม่ค่อยเข้าใจหลักการใช้ไวยากรณ์อาจารย์ปุ๊และอาจารย์เรย์ อธิบายไวยากรณ์ดีมาก เมื่อก่อนใช้วิธีจำหลักการใช้คำช่วย เลยจำถูกจำผิด แต่อาจารย์ที่ We สอนเข้าใจง่าย และอธิบายได้ลึกซึ้งมากค่ะ อาจารย์ Nohara สอนสนุกมากค่ะ มีความพยายามทำให้เด็กเข้าใจสูง บรรยากาศที่โรงเรียนเป็นกันเองดีค่ะ

 

 

 

 

คุณฐิติกาญจน์  ศุภรางค์กูร (ภัทร)

 

คุณนพวรรณ  ชนะภัย (น้ำตาล)

 

คุณพฤกษา  พัฒนุช (ว่าน)

 

 

นักเรียนชัน ม.5 โรงเรียนยุวทูตศึกษา (YES)

 

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ

 

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีสาระ

 

 

เรียนกับ We :

Summer1-3, Beginner3-4,

 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

สนเทศ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า ธนบุรี

 

 

 

Private ระดับ Expression

 

เรียนกับ We :

Summer1, Beginner1B-4

 

เรียนกับ We :

Summer1-2

 

 

     " ภัทรเรียนที่ We มาได้ 2 คอร์สแล้วค่ะ ปัจจุบันเรียนเป็นคอร์สที่ 3 คือ Summer3 แล้ว คิดว่าจะเรียนต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ อาจารย์ที่สอนภัทรคือ อ.เรย์ ค่ะ สอนดีมากๆ ตลกมากๆ ด้วย ตลกผู้ดียังไงไม่รู้ ฮา ฮา ส่วน อาจารย์ญี่ปุ่นก็น่ารักมากๆ พยายามพูดภาษาไทยด้วย สนุกดีค่ะ อ.ปุ๊ พี่เบล พี่ชมพู่ก็น่ารักมาก หน้าอ่อนกันทุกคนเลยค่ะ ขอบอกว่าประทับใจมากค่ะ จะชวนเพื่อนๆ มาเรียนกันเยอะๆ เลย แล้วภัทรก็จะเรียนต่อไปเรื่อยๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ "

 

     " รู้สึกประทับใจมากค่ะ ที่ได้มาเรียนที่นี่ อ.เรย์ และ อ.เซกะน่ารักมาก เวลาเรียนไม่น่าเบื่อเลยค่ะ สนุกดีค่ะ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับญี่ปุ่นอีกด้วย รู้สึกอยากมาเรียนให้มากขึ้นกว่านี้เรื่อยๆ (ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเวลาเรียนเท่าไร) ถ้าเป็นไปได้ยังไงไม่อยากให้จบคอร์สเลยค่ะ) "

 

     " เรียนที่ We สนุกมากเลยค่ะ ประทับใจมากๆ เลย พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ น่ารัก ใจดี เป็นกันเองมากๆ อาจารย์ทั้งไทยและญี่ปุ่นก็สอนดีมาก มีแนวการสอนที่ทำให้เข้าใจได้ง่ายมาก ลงเรียนที่นี่แล้วทำให้อยากลงเรียนในคอร์สต่อไปอีก เรียนที่นี่แล้วทำให้อยากมาเรียนทุกๆ วันเลย ได้ความรู้แล้วก็สนุกมากด้วย เป็นโรงเรียนที่น่าประทับใจมากค่ะ "

 

 

 

คุณกรกมล  ธนวุฒิอนันต์ (มุก)

 

 

นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนนครนายกวิทยาคม

 

 

เรียนกับ We : Summer1

 

 

     " มุกมาเรียนที่ We เป็นที่แรก มุกมีความประทับใจมาก ช่วงเปิดเทอมคงไม่ได้มาเรียน ไม่ว่างเลย น่าเสียดายมาก ในวันแรกที่มาเรียนก็รู้สึกประทับใจมากแล้ว หรือแม้กระทั่งตอนมาสมัครเรียนก็รู้สึกดี ต้อนรับดี บรรยากาศห้องเรียนก็ดี เก้าอี้เรียนก็ดี แต่เวลานั่งนานๆ เริ่มเมื่อย (^o^) แล้วก็ชอบทั้งอาจารย์คนไทย อาจารย์คนญี่ปุ่น เป็นกันเองมาก สนุกดี ร้องเพลงให้ฟังด้วย หวังว่าคราวหน้ามุกจะได้มาเรียนที่ We อีกนะคะ ช่วงที่ไม่ได้เรียนก็จะคิดถึง We มากๆ ค่ะ "

 

 
 

 

 

ข้อคิดเห็นของนักเรียนในระดับ Expression

 

 

     ในระดับ Expression เป็นระดับขึ้นต่อเนื่องจากระดับแรก (ระดับ Beginner)  โดยถือว่าผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานมาแล้ว  สามารถทำประโยคพื้นฐานได้หมด  ในระดับนี้จะเน้นการสื่อสารความคิดเห็น  การแสดงความรู้สึก  การแสดงเจตนาหรือความต้องการต่างๆ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของภาษาญี่ปุ่นที่มักจะมีการผันในส่วนท้ายประโยคเป็นรูปแบบต่างๆ มากมาย  ในระดับนี้ผู้เรียนยังได้ฝึกทักษะการสนทนาและการนำไปใช้ได้จริงเป็นหลัก  นอกจากนั้น  ในขณะเดียวกันผู้สอนก็เริ่มให้มีการฝึกทักษะการอ่านและการเขียนมากกว่าระดับแรก  เช่น  การฝึกเขียนเรียงความ  เป็นต้น

 

 

 

 

คุณกิริฎา  คุณารักษพงศ์ (กิม)

ปัจจุบันกำลังศึกษา

: ปริญญาโท วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรียนกับ We

: Beginner 1B - 4 , Expression 1 - 4 , ปัจจุบัน Professional 2

     " เริ่มเรียนที่ We ตั้งแต่ตอนอยู่ปี 4 เทอม 2 ที่จุฬาค่ะ ที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นเพราะว่าชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ พี่ชายก็ชอบดูการ์ตูนเหมือนกันค่ะ แล้วก็ประมาณ ม.3 ก็เริ่มชอบนักร้องค่ะ แล้วก็ชอบมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเรียนแล้วก็มาได้มีโอกาสเรียนตอนปี 4 ค่ะ (หัวเราะ)
     รู้จักโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น We จากเพื่อนที่ภาควิชาค่ะ เขาเคยเรียนที่นี่จึงแนะนำมาว่าที่นี่ดีนะ แล้วพอดีว่าบ้านอยู่ใกล้ค่ะ 

 

 

เดินมาเรียนได้ ก็เลยเลือกเรียนที่นี่ค่ะ เรียนกับ We มาตั้งแต่คอร์ส Beginner1B ค่ะ จนถึงตอนนี้ภาษาญี่ปุ่นมีความเปลี่ยนแปลงเยอะมากค่ะ เพราะว่าก่อนที่มาเรียนก็ได้แค่อ่านฮิรากานะเอง แต่ไวยากรณ์ทุกอย่างไม่ได้เลย (หัวเราะ) ก็มีบ้างนิดๆ หน่อยๆ พอฟังได้เล็กน้อยมากๆ แต่ว่าตอนนี้สามารถอ่านนิตยสารได้ ดูรายการได้ ดูทีวี ดูละครได้ ก็คือดีขึ้นมากๆ ค่ะ
     ในส่วนการเรียนกับอาจารย์ไทย  พอดีว่าเรียนมาเกือบๆ
10 คอร์ส ก็เจออาจารย์ไทยมาน่าจะประมาณ 5 ท่าน ทุกท่านสอนดีมากค่ะ ก็คือเวลาเรียนก็จะค่อยๆ อธิบายเนื้อหา แล้วก็คือจะชอบที่นี่อย่างหนึ่งคือเนื้อหาจะเป็นการเรียงใหม่โดยอาจารย์เรย์กับอาจารย์ปุ๊ที่เป็นคนเขียนหนังสือเอง เพราะฉะนั้นก็คิดว่าเนื้อหาที่เรียนมาเนี่ยมันเป็นอะไรที่ทำให้เข้าใจได้ง่าย และอาจารย์ทุกท่านก็สอนให้เข้าใจได้ง่ายดีมากค่ะ ชอบมากค่ะ ส่วนการเรียนกับอาจารย์คนญี่ปุ่นนั้น  เนื่องจากว่าที่นี่เป็นคลาสเล็กๆ เพราะฉะนั้นทุกคนก็จะมีโอกาสได้พูดอย่างเต็มที่ในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งของในแต่ละครั้งที่มาเรียน แล้วก็อาจารย์ญี่ปุ่นก็จะเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกๆ คนได้พูดเยอะๆ เลยทำให้พูดได้จริง ๆ ค่ะ
     ตอนจบคอร์ส
Beginner4 ก็ได้ไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ 3 แบบเดิม แล้วตอนที่กำลังเรียน Expression4 ก็ไปลงสอบ N3 ก็ผ่านทั้ง 2 อันค่ะ  สำหรับตอนระดับ 3 ก็คือตอนนั้นยังเรียนไวยากรณ์ไปประมาณ 30% ของที่จะสอบวัดระดับน่ะค่ะ  ก็อ่านหนังสือเองเยอะเหมือนกัน แต่ว่าที่โรงเรียน We สอนพื้นฐานแน่นมากค่ะ ก็เลยง่ายที่เราจะอ่านหนังสือเองได้เข้าใจยิ่งขึ้นค่ะ แม้ว่าก็ไม่ได้เข้าใจหมด 100% เพราะยังเรียนไม่ถึง แต่ก็พอได้ ผลสอบออกมาก็โอเคค่ะสำหรับระดับ 3 เดิม ส่วน N3 ระบบใหม่อาจเป็นเพราะว่าข้อสอบเปลี่ยนใหม่ ไวยากรณ์ก็จะไม่ได้ถามไวยากรณ์เป๊ะๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการอ่านแล้วก็ทำความเข้าใจแล้วตอบคำถาม แต่เพราะว่าเป็นคนที่ค่อนข้างจะอ่านภาษาญี่ปุ่นทุกวันอยู่แล้ว ก็เลยจะได้ฝึกฝนทุกๆ วัน เหมือนเราไม่ได้เตรียมตัวว่าก่อนสอบ 1 เดือน หรือว่าก่อนสอบ 1 อาทิตย์ฉันจะอ่านหนังสือเท่านี้ๆ นะ เพราะว่าเราอ่านมาอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็คือไปสอบแบบสบายๆ ค่ะ ฝึกฝนไปเรื่อยๆ แล้วไปสอบค่ะ
     ประทับใจทุกอย่างในโรงเรียน
We เลยค่ะ เรื่องของบรรยากาศก่อนเป็นอย่างแรก ตอนที่มาเห็นโรงเรียนเป็นครั้งแรกก็ โอ๊ย! ดูมีบรรยากาศที่เป็นกันเอง  แล้วก็ดูแบบเป็นสไตล์ญี่ปุ่นจริงๆ  แล้วก็อาจารย์ทุกท่านน่ารักมากๆ ค่ะ แล้วก็พี่ๆ ที่แผนกประชาสัมพันธ์ก็ใจดี  เป็นกันเองและให้ความเข้าใจเกี่ยวกับตารางเรียนอย่างละเอียดครบถ้วน บรรยากาศในการเรียนก็เป็นกันเอง ห้องเรียนมีปริมาณนักเรียนเหมาะสมไม่มากเกินไป ทำให้อาจารย์ทั้งอาจารย์ไทยและอาจารย์ญี่ปุ่นดูแล และสอนได้อย่างทั่วถึง เปิดโอกาสให้ถามคำถามได้อย่างอิสระ ไม่รู้สึกว่านั่นเป็นคำถามง่ายเกินไป  เพราะอาจารย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับการตอบคำถามของผู้เรียนอย่างตั้งใจ ชื่นชมอาจารย์ทุกท่านที่โรงเรียน We มากๆ ค่ะ เพราะเรียนมาเกือบ 10 คอร์ส ได้เจอกับอาจารย์หลายต่อหลายท่าน ทุกท่านน่ารักมากๆ และสอนเก่ง เข้าใจง่าย และสนุกกับการเรียนในทุกๆ ครั้งค่ะ
     แล้วก็ประทับใจเพื่อนๆ ด้วยค่ะ คือเรียนมาหลายคอร์สก็ได้เพื่อน ได้รุ่นพี่ ได้น้องๆ ที่ชอบภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน แล้วก็มาเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน ถึงบางคนตอนนี้จะไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกันแล้ว ก็ยังติดต่อหากันเสมอๆ ค่ะ
    
สำหรับคนที่สนใจจะเรียนก็คือภาษาญี่ปุ่นจะบอกว่าง่ายก็ง่าย จะบอกว่ายากก็ยาก เพราะฉะนั้นก็คืออยากให้มุ่งมั่นว่าถ้าตั้งใจว่าจะเรียนก็อยากให้ลองเริ่มเรียนดูค่ะ แล้วก็ไม่อยากให้เรียนเพื่อที่คิดว่าจะสอบวัดระดับอย่างเดียว แต่อยากให้เรียนเพราะว่าอยากรู้ มันจะทำให้เราค่อยๆ เรียนไปเรื่อยๆ ได้ แล้วเราก็จะรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะไม่กดดันตัวเองค่ะ ซึ่งจะทำให้เรียนสบายๆ และก็จะได้เนื้อหากลับมาแบบครบถ้วนสมบูรณ์ค่ะ ส่วนคนที่กำลังเรียนอยู่ก็อยากให้ทุกคนมีความพยายามนิดนึงค่ะ เพราะว่ามีเพื่อนๆ หลายคนที่เรียนแล้วก็อาจจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อหรือท้อถอยเลิกเรียนไปก่อนกลางคัน อย่างที่บอกไปว่ามันไม่ได้ง่าย  แต่มันก็ไม่ได้ยาก ทุกคนทำได้ แค่ว่าขอให้มีความตั้งใจ แล้วก็คือที่ We สอนดีคือเราจะค่อยๆ เรียนแล้วก็ค่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นการเรียนไปเรื่อยๆ ก็จะได้แน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ "

 

 

 

 

 

คุณสงกรานต์ อินต๊ะจา (แอร์)

ปัจจุบัน

: R&D Officer  บริษัท Kim Pai จำกัด

เรียนกับ We

: Beginner 1A - 4 , Expression 1 - 4 , Professional 1 - 3

สอบผ่าน JLPT ระดับ 4 (คะแนน 100 เต็ม คำศัพท์และคันจิ)

     " สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือ อาจารย์และวิธีการสอนของ We ครับ อาจารย์ไทยที่นี่สอนไวยากรณ์ได้ละเอียดดีมาก ทำให้ผมสามารถนำไปใช้ฝึกทักษะสนทนาในคาบอาจารย์ญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องและเต็มที่ อาจารย์ที่นี่ทุกคนใจดี และเป็นกันเองกับนักเรียนมากครับ รวมถึงพี่ๆ ทุกคนก็ต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดี บรรยากาศห้องเรียนก็ดี เงียบ และการเรียน ที่นี่สนุกสนานยิ่งขึ้นมากครับ

 

 

     ก่อนสอบวัดระดับ 4 ผมเอาหนังสือทั้งหมดที่ได้เรียนที่ We ตั้งแต่ Beginner1A มาทบทวนดูทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ ฯลฯ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือก็ครอบคลุมทุกทักษะที่ใช้สอบวัดระดับได้เป็นอย่างดีครับ "

 

 

 

 

 

คุณอาภาพร  วิมลสาระวงศ์ (แพรว)

ปัจจุบันกำลังศึกษา

: ชั้น ม. 5 สายศิลป์ภาษา-ญี่ปุ่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

เรียนกับ We

: Beginner 1A - 4 , Expression 1 - 3

     " เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ We ตั้งแต่ ม.2 ค่ะ เพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะถนัดด้านภาษา จะได้เป็นตัวเลือกตอนขึ้น ม.4 ค่ะ ที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นตอนนั้นเพราะรู้สึกว่าออกเสียงน่ารักดีค่ะ
     เรียนไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกชอบค่ะ พอเข้าเตรียมอุดมฯได้ จึงมั่นใจที่จะเลือกเรียนเอกภาษาญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งการเรียนที่ We ก่อนมีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนแรกก็กังวล เพราะที่เตรียมอุดมฯ มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้น หลายคนเรียนภาษาญี่ปุ่นกันมาก่อน ตั้งแต่ม.1

 

 

ค่ะ แต่เพราะที่ We ปูพื้นฐานมาให้อย่างดีเลยไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เรียนได้เร็วขึ้น และทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ที่โรงเรียนจะสอนเป็นแพทเทิร์นไป และมีเด็กในห้องหลายคน แต่ที่ We นักเรียนต่อห้องจะน้อย ทำให้การดูแลเอาใจใส่ดีกว่า รู้สึกว่าเราได้รายละเอียดของไวยากรณ์มากกว่า ทำให้เราเข้าใจอยู่แล้ว และยิ่งอาจารย์มาเสริมทีหลังอีกรอบเราก็เข้าใจดียิ่งขึ้นค่ะ

     ประทับใจอาจารย์ที่ We ค่ะ อาจารย์ไทย สอนแบบไปเป็นขั้นตอน เข้าใจง่ายมาก อาจารย์จะใช้เวลากับการอธิบายเนื้อหาอย่างละเอียด อย่างเช่น คำช่วย อาจารย์จะอธิบายว่านำไปใช้ยังไง มีรายละเอียด ที่มายังไง ไม่เข้าใจก็สามารถถามได้ตลอดค่ะ ส่วนอาจารย์ญี่ปุ่น ชอบตรงที่ว่าได้ฝึกพูดจริงๆ ค่ะ จากที่พูดภาษาไทยกันในห้อง อาจารย์ก็จะให้พูดภาษาญี่ปุ่นแทน ถ้าเราพูดผิด อาจารย์ก็จะขำ และฝึกให้เราพูดใหม่ ไม่เครียดค่ะ ส่วนด้านบริการ ก็ชอบพี่ประชาสัมพันธ์ค่ะ เพราะพี่ๆ จะมีมนุษยสัมพันธ์ดี เวลาพูด ก็พูดช้าๆ มีคะ ขา บางทีเราเข้ามา ทีวี ปิดอยู่ก็จะเปิดให้เราดูทีวี และการบริการน้ำดื่ม มีโอวัลตินตอนพัก ที่สำคัญชอบการตกแต่ง สวยดีค่ะ วันปีใหม่ วันเกิดก็จะมีการ์ดส่งไปที่บ้านค่ะ รู้สึกอบอุ่น

     สิ่งที่ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังคิดจะเรียนภาษาญี่ปุ่นในช่วง ม.ต้น ก่อนอื่นเลยคือ ตัวน้องแพรวเองตัดสินใจเรียนเพราะชอบก่อนแล้วจึงตัดสินใจเรียนเลย และอยากแนะนำให้มาเรียนที่ We ก็เพราะว่าที่ We เน้นการพูดพอๆ กับการเขียน ที่สำคัญอยู่ที่ตัวเราด้วย อาจารย์ที่ We ก็ช่วยเราอยู่ตลอดอยู่แล้วแต่เราต้องพยายามด้วยค่ะ "

 

 

 
 

 

 

ข้อคิดเห็นของนักเรียนในระดับ Professional

    ในระดับ Professional เป็นระดับขั้นต่อเนื่องจากระดับ Expression ในระดับนี้จะเน้นการนำไปใช้จริงในเชิงลึก  ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาเพื่อการทำงานที่ต้องการความเป็นทางการและการใช้คำพูดใหมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

 

 

 

 

คุณชูติมา  จารุวิทยานันท์ (ชู)

ตำแหน่ง

: Export Marketing

สถาบัน

: Shokugyou Noryoku Sogou Daigaku (Nokaidai) ประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบันทำงานที่

: บริษัท Podium Holding Group

เรียนกับ We

: Private (ภาษาญี่ปุ่นระดับสูง) , เตรียมสอบวัดระดับ 2

     " เริ่มจากปัญหาว่าสิ่งที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัย (เอกภาษาญี่ปุ่น  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ) ไม่เพียงพอนำไปใช้ได้จริงในการทำงาน จึงทำให้เริ่มมองหาโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นค่ะ วันที่เดินเข้ามาที่โรงเรียน We  ก็ได้รับคำปรึกษาจาก อ.ปุ๊และได้

 

 

เรียนคอร์ส Private กับ อ.ปุ๊ด้วย  ซึ่งคอร์ส Private 30 ชั่วโมงแรกได้บอกความต้องการของไปกับ อ.ปุ๊เลยว่าอยากที่จะสื่อสารกับลูกค้าได้เข้าใจและอยากจะรู้ว่าอะไรเป็นกำแพงระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น  เพราะว่าเราไม่มีความรู้เรื่อง Cross Culture เลย  ทำให้พอสื่อสารกับคนญี่ปุ่นแล้วเขาไม่ไว้วางใจและไม่อยากจะสื่อสารกับเราโดยตรง พอเราบอกโจทย์ตรงนี้ไป อ.ปุ๊ก็จัดการสอนซึ่งตอบโจทย์เราได้ตรงประเด็นเลยค่ะ  

     ในการเรียน อ.ปุ๊ก็จะให้เราอ่านเนื้อเรื่องก่อนและชี้ให้เห็นว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง  ซึ่งค้นพบได้ว่าอย่างแรกก็คือคำศัพท์  อย่างที่สองไวยากรณ์  และอย่างสุดท้ายก็คือถึงเราจะอ่านได้แต่ไม่สามารถแปลความหมายได้ค่ะ  อ.ปุ๊เลยมาปูพื้นฐานให้เราใหม่และแก้ไขในส่วนที่บกพร่อง  ซึ่งเราไม่สามารถจะรู้ข้อผิดพลาดของเราในคอร์สกลุ่มเลย  จึงคิดว่าตัดสินใจถูกที่เลือกคอร์ส Private ค่ะ  จนถึงวันนี้ก็คิดว่าที่ได้ผลอย่างชัดเจน ก็คือเรื่องการติดต่อกับลูกค้าอย่างที่เราตั้งใจไว้  ทำให้ลูกค้าเข้าใจเราและเราเข้าใจลูกค้า  ทางด้านวัฒนธรรมเราก็เข้าใจมากขึ้นด้วยค่ะ  รู้สึกมั่นใจมากขึ้นด้วยค่ะ  ถึงแม้ช่วงแรกที่เรียนจะทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี  ซึ่งจะว่างเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น  แต่ก็พยายามเรียนอย่างเต็มที่ค่ะ

     ประทับใจ อ.ปุ๊มากค่ะ  พอปีนี้ต้องเตรียมสอบวัดระดับ 2 อีกครั้ง  จึงสมัครเรียนคอร์สเตรียมสอบวัดระดับ 2 ด้วย  เรื่องที่เห็นผลเลยก็คือช่วงของ Listening คือพอฟังสามารถจับใจความได้เลย  โดย อ.ปุ๊จะสอนวิธีการสังเกตภาพและฝึกเทคนิคการจับใจความค่ะ  และอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกใจก็คือการอ่าน  อ.ปุ๊ช่วยฝึกเทคนิคในการอ่านอย่างได้ผลมากๆ เลยค่ะ  ซึ่งนำไปใช้ได้จริงกับการสอบค่ะ

     สำหรับน้องๆ ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ไม่ควรที่จะหยุดอยู่แค่ระดับต้นหรือระดับกลาง  ควรจะต่อยอดไปถึงระดับสูงค่ะ  เพราะการที่เราหยุดไปเมื่อต้องการจะเรียนต่ออีก  จะทำให้เราต้องมาทบทวนของเดิมอีก  ไหนๆ เราก็ทุ่มเทกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นมาแล้ว  พี่คิดว่าควรจะเรียนให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่าค่ะ "

 

 

 

 

 

คุณขนิษฐา  กิจคุณาเสถียร (หนูนา)

ตำแหน่ง

: Accounting Manager

เรียนกับ We

: Professional 1-4 , กลยุทธ์ระดับ 2

     " เริ่มจากชอบฟังเพลงญี่ปุ่นค่ะ เลยอยากที่จะแปลและอ่านได้ เลยมาเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ เรียนภาษาญี่ปุ่นมาหลายที่แล้วจนสอบผ่านการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นในระดับ 3 เมื่อปี 2007 ก็เลยมองหาที่เรียนในระดับที่สูงกว่าระดับ 3 ค่ะ  วันที่ได้เข้ามาสอบถามที่ We ได้เจอกับอ.ปุ๊  ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนหลายๆ อย่าง อ.ปุ๊แนะนำคอร์ส Professional 1 ซึ่งเน้นการพูดและฟัง พอได้เรียนแล้วรู้เลยว่าที่นี่มาตรฐานการสอนสูงมากค่ะถ้าเทียบกับที่อื่น  อาจารย์ถ่ายทอดได้ดีและไม่ได้เอาแค่นัก

 

 

ศึกษามาสอนเหมือนที่อื่น ได้เรียนคอร์ส Professional 1 กับ อ.เรย์ค่ะ  อ.เรย์ได้อธิบายหลายเรื่องทั้งที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือด้วยค่ะ อย่างเช่นเรื่องประสบการณ์จริงๆ จากการใช้ภาษาญี่ปุ่นของอ.เรย์ตอนเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ทำให้เราเข้าใจว่าคำพูดบางคำว่าคนญี่ปุ่นเขาใช้กันอย่างนี้นะ และเพิ่งเข้าใจสาเหตุว่าหลักไวยากรณ์ที่เราคิดและใช้พูดกับคนญี่ปุ่นแล้วทำไมเขาไม่เข้าใจเรา หรือสิ่งที่เราพูดผิดเมื่อเทียบกับความคิดของคนญี่ปุ่น ได้เอาไปใช้จริงตอนที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าปกติคนญี่ปุ่นจะใช้ภาษาพูดและไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ  ซึ่งทำให้เอาไปคุยกับคุณลุงคุณป้าตามร้านค้าที่ญี่ปุ่นได้จริงด้วยค่ะ 

     ส่วนคอร์ส Professional 2 ต้องบอกว่าเป็นคอร์สที่ได้เรียนสมความตั้งใจจริงๆ เพราะปกติเป็นคนที่ชอบอ่านกับชอบเขียนมากกว่าการสื่อสาร  อ.ปุ๊สอนไวยากรณ์ได้ดีมากเลยค่ะ คงให้คำจำกัดความไม่ได้ต้องลองมาเรียนดูจริงๆ ค่ะ อ.ปุ๊มีวิธีการสรุปอย่างเป็นขั้นตอนว่าเรียนเรื่องนี้ไปแล้วจะเอาไปปรับใช้ได้จริงอย่างไร ส่วนอาจารย์คาซึกิจะสอนตัวอักษรคันจิและสนทนา ที่ประทับใจอาจารย์ญี่ปุ่นก็คือ จะไม่ได้สอนคันจิแค่ตัวนี้คืออะไรแล้วก็จบ แต่จะสอนตั้งแต่ส่วนประกอบและคำศัพท์เพิ่มเติมด้วยค่ะ

     โดยส่วนตัวคิดว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนกับภาษาอื่นๆ ก็คือหากเราหยุดไปไม่ใช่ว่าความรู้เราจะเท่าเดิม แต่มันจะลดลงค่ะ และไม่อยากให้คิดว่าจะเก่งทางลัด อย่างเช่นสอบผ่านระดับ 3 แล้วก็ไปติวไวยากรณ์เพื่อที่จะสอบผ่านระดับ 2 เลย เพราะถึงแม้เราจะสอบผ่านระดับ 2 แต่เราไม่สามารถเอาไปใช้ได้จริง อย่างคอร์สระดับกลางที่เรียนอยู่นี้ก็ไม่ใช่ของใหม่ทั้งหมด มันจะมีการทบทวนคำศัพท์และไวยากรณ์ของขั้นต้นไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการทบทวนที่ดีค่ะ เพราะการที่จะเรียนขึ้นสู่ระดับกลางก็คือพื้นฐานเราต้องแน่นด้วย คิดว่าควรไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคงดีกว่าค่ะ "

 

 

 
 

 
 

น้ำใจจากผู้ปกครอง อาจารย์ นักเรียน รวมทั้งชาวไทยและช่าวญี่ปุ่นที่บริจาคช่วยเหลือผู้ประสพภัยที่ญี่ปุ่น